2005/Nov/27

ตอนที่ 16 เกลียด

หลังจากผ่านการทะเลาะอย่างหนักหน่วงกับมัลฟอยมาแล้ว เฮอร์ไมโอนี่ก็กลับมานั่งสงบสติอารมณ์ในห้องพักของตัวเอง พลางคิดถึงเรื่องเมื่อเช้า หลังจากที่ตื่นนอนมาอย่างงัวเงียแล้วพบว่าเสื้อผ้าที่สวมเมื่อวานหายไป และถูกแทนที่ด้วยเสื้อนอนเบาสบาย และยิ่งตกใจหนักขึ้นเมื่อไปส่องกระจกในห้องน้ำแล้วพบว่าผมที่หญิงสาวเสกคาถาไว้ให้กลายเป็นสีบรอนซ์นั้น กลับกลายมาเป็นผมเดิมของตัวเอง ใช่แล้ว ระหว่างที่นอนหลับไป คาถาที่เฮอร์ไมโอนี่ใช้ก็เริ่มเสื่อมลง จึงทำให้ตัวตนที่แท้จริงของเธอเริ่มปรากฏให้เห็น หญิงสาวรีบเสกคาถาใส่ผมของตัวเองให้เป็นสีบรอนซ์อีกครั้งก่อนจะคว้าเสื้อคลุมวิ่งออกจากห้องนอนตรงไปหามัลฟอย เพื่อสอบถามความจริง ระหว่างทางก็ภาวนาอย่าให้เป็นอย่างที่ตัวเองกลัวเลย จนกระทั่งได้รับคำยืนยันว่าชายหนุ่มไม่ได้เห็นถึงความเปลี่ยนแปลงของผมของเธอ และเขาก็ไม่ได้เป็นคนเปลี่ยนเสื้อให้กับหญิงสาวด้วย แต่เขาใช้ให้เอลฟ์ทำหน้าที่นั้นแทน.......เอลฟ์!!!

ทันทีที่ความคิดมาถึงตรงนี้ หญิงสาวก็ใจหายวาบขึ้นมาอีกครั้ง เธอไม่รู้ว่าเอลฟ์ตัวน้อย ๆ ที่เดินสวนกับเธอเมื่อกี้นี้จะได้เห็นความเปลี่ยนแปลงหรือไม่ แต่เฮอร์ไมโอนี่สังเกตเห็นอะไรบางอย่างในแววตาของมัน ตอนที่เดินสวนกันเมื่อสักครู่

ตายล่ะ ถ้าเธอเห็นล่ะ แล้วป่านนี้คงเอาไปบอกมัลฟอยแล้วล่ะมั้ง ทำไงดีเนี่ยเรา เฮอร์ไมโอนี่ไม่มีทางรู้ได้เลยว่าขณะนี้ สิ่งที่เธอกังวลได้ล่วงรู้ไปถึงหูชายหนุ่มเป็นที่เรียบร้อยแล้ว หญิงสาวรู้สึกเหนื่อยอย่างมากในเช้าวันนี้ และนั่งจมอยู่กับความคิดของตัวเองพักใหญ่ ก่อนจะถอนใจออกมาแรง ๆ

เอาเถอะ อะไรจะเกิดก็ต้องเกิด บางทีมันคงจะไม่มีอะไรหรอก อย่าคิดมากสิ เฮอร์ไมโอนี่ คิดได้ดังนั้น หญิงสาวก็ลุกขึ้นเดินหายเข้าห้องน้ำไป สักพักก็กลับออกมาพร้อมผ้าเช็ดตัวที่พันอยู่รอบตัว เฮอร์ไมโอนี่รีบแต่งตัวอย่างรวดเร็ว และไม่ลืมที่จะเสกคาถาแปลงร่างใส่ตัวเองอีกครั้ง ก่อนจะเดินออกไปนอกห้อง หญิงสาวเดินมาจนถึงห้องทานอาหารซึ่งมัลฟอยได้นั่งรอหญิงสาวอยู่ที่โต๊ะเรียบร้อยแล้ว สีหน้าของชายหนุ่มขณะนี้เต็มไปด้วยความเคร่งเครียด ทำเอาหญิงสาวใจคอไม่ดี ด้วยกลัวว่าความลับของตัวเองอาจจะถูกเปิดเผยแล้วก็ได้ หญิงสาวกระแอมเบา ๆ พอให้มัลฟอยรู้สึกตัว

อะแฮ่ม ชายหนุ่มสะดุ้งเล็กน้อย ก่อนจะหันมามองเธอด้วยสายตาที่หญิงสาวไม่สามารถตีความหมายได้เลย ก่อนที่เขาจะลุกขึ้นและผายมือไปที่เก้าอี้ข้างตัว เฮอร์ไมโอนี่ค่อย ๆ เดินอย่างช้า ๆ บังคับไม่ให้ขาสั่น แต่ก็ช่วยไม่ได้เลยในเมื่อขณะนี้เธอกำลังตื่นเต้น ในที่สุดหญิงสาวก็สามารถพาตัวเองมาจนถึงโต๊ะและนั่งลงจนสำเร็จ

เอ่อ คุณ...เป็นอะไรหรือเปล่าค่ะ หรือโกรธที่ชั้นไปโวยวายใส่คุณเมื่อกี้

เปล่าหรอก คือผมกำลังคิดเรื่องเมื่อคืน....... คำตอบของชายหนุ่มทำเอาหญิงสาวตาเบิกโพลงอย่างตกใจ ก่อนจะเปลี่ยนเป็นขุ่นเขียวด้วยความโมโหเมื่อได้ฟังประโยคถัดมาของเขา

..ผมน่าจะเป็นคนเปลี่ยนเสื้อผ้าให้คุณเองนะ ไม่น่าใช้ชาช่าเลย โอกาสอย่างนี้มีไม่บ่อยซะด้วยสิ

บ้า ทะลึ่ง เฮอร์ไมโอนี่ถลึงตาใส่และไม่ยอมพูดอะไรกับมัลฟอยอีกเลย ส่วนมัลฟอยเองก็เอาแต่ชำเลืองมองหญิงสาวอย่างใช้ความคิด ในใจเขาเชื่อเกือบร้อยเปอร์เซ็นแล้วว่าหญิงสาวตรงหน้าคือคนที่เขารอคอยมานานแสนนาน แต่เขายังไม่มีวิธีที่จะพิสูจน์ความจริง และถ้าเกิดเขาทำอะไรพลีพลามลงไป หญิงสาวอาจจะหนีเขาไปอีก เขาจะต้องหาวิธีผูกมัดเธอเอาไว้ทั้งตัวและหัวใจให้ได้ระหว่างที่ทั้งคู่ทานอาหารกันไปอย่างเงียบ ๆ นั้น โทรศัพท์ของมัลฟอยก็ดังขึ้น ชายหนุ่มกดปุ่มรับก่อนจะกรอกเสียงลงไป

ว่าไงแพนซี่ แค่เพียงได้ยินชื่อ หัวใจของเฮอร์ไมโอนี่ก็หล่นวูบ เฮอร์ไมโอนี่พยายามไม่แสดงอาการอะไรให้ชายหนุ่มรู้ว่าตัวเองแอบฟังอยู่ หญิงสาวกินข้าวไปอย่างเงียบ ๆ

ได้เรื่องแล้วเหรอ...อืม....งั้นเหรอ......อืม....ขอบใจนะ ถ้าไม่ได้เธอ ชั้นจะทำไงดีเนี่ย......เปล่า ชั้นไม่ได้ปากหวาน ชั้นพูดจริง ๆ........ก็อีกประมาณอาทิตย์หนึ่งน่ะชั้นถึงจะกลับ.............ชั้นก็คิดถึงเธอ............โอเค ๆๆ ไม่ต้องห่วง ชั้นจะดูแลตัวเอง เธอก็เหมือนกันนะ..........บาย

หลังจากวางหูมัลฟอยดูอารมณ์ดีขึ้นอย่างผิดหูผิดตาต่างจากเมื่อกี้ลิบลับ ชายหนุ่มฮัมเพลงเบา ๆ ในลำคอ ในขณะที่เฮอร์ไมโอนี่กลับทานอะไรไม่ลง จนในที่สุดเมื่อไม่สามารถฝืนกลืนอาหารต่อไปได้แล้ว หญิงสาวจึงรวบช้อนส้อม และจิบน้ำล้างคอ

อ้าว อิ่มแล้วเหรอ กินหรือดมกันแน่

เช้า ๆ ดิชั้นไม่ค่อยอยากอาหารเท่าไหร่ ท่าทางของเฮอร์ไมโอนี่ดูซึม ๆ แต่มัลฟอยก็เลือกที่จะไม่ถาม

อืม งั้นเราไปทำงานกัน นี่ก็สายมากแล้ว.....ชาช่า ๆ กุญแจรถ มัลฟอยตะโกนเรียกเอลฟ์ก่อนจะเดินออกไปหลังจากรับกุญแจรถจากเจ้าเอลฟ์แล้ว ส่วนเฮอร์ไมโอนี่ยังรีรออยู่ที่เดิมจนมัลฟอยเดินลับออกไปจากห้องแล้ว จึงสะกิดเอลฟ์ก่อนจะก้มลงถามเบา ๆ

เออ..ชาช่า ขอถามอะไรหน่อยได้มั้ย

ได้สิเจ้าค่ะ คุณมีอะไรจะถามอีชั้นหรือเจ้าค่ะ มันกระพริบตาปริบ ๆ และทำท่าตั้งใจฟัง และท่าสังเกตดี ๆ มันดูตั้งใจมากเกินไปด้วยซ้ำ

คือ....อืม....เรื่องเมื่อคืนน่ะ คือ....เธอเห็นอะไรแปลก ๆ บางหรือเปล่า ถามแล้วก็แทบจะกลั้นใจฟังทีเดียว และเมื่อเห็นมันทำท่านึกจึงพูดขึ้นอีก โดยให้เจาะจงมากกว่าเดิม ...อย่างเช่น รูปร่างของชั้น หรือ.....ทรงผม

อืมม..ก็ไม่มีอะไรนี่ค่ะ ปกติดีทุกอย่างเลย มันพยักหน้าขึงขัง

แน่ใจนะ ว่าไม่มีอะไรผิดไป ดูดี ๆ สิ ไม่พูดเปล่ายังจับไหล่เล็ก ๆ ให้หันมาจ้องตัวเองให้ถนัด

เจ้าค่ะ ไม่มีอะไรผิดปกติเจ้าค่ะ หรือคุณว่ามีอะไรเจ้าค่ะ

ไม่มีหรอก งั้นชั้นไปก่อนนะ เมื่อแน่ใจว่าเอลฟ์คงไม่ได้โกหก หญิงสาวจึงเดินไปหามัลฟอยที่ยืนรออยู่ที่รถได้อย่างสบายใจขึ้น แต่ทีนี้กลับเป็นมัลฟอยเองที่เริ่มหงุดหงิดที่ต้องมายืนรอ

นี่ คุณจะให้ผมรอไปถึงไหนเนี่ย นี่มันฮาวายนะ ไม่ใช่ลอนดอน ร้อนจะตายชัก

อ้าว ก็แล้วทำไมคุณไม่เข้าไปรอในรถล่ะ จะมายืนทำไมให้ร้อน พูดจบเฮอร์ไมโอนี่ก็เปิดประตูรถเข้าไปนั่งอย่างสบายอารมณ์ โดยที่ปล่อยให้มัลฟอยยืนอึ้งอยู่กับที่

นี่ชั้นผิดหรือไงนะ เหอะ มัลฟอยพ่นลมหายใจออกจากจมูก ก่อนจะเปิดประตูรถและกระชากรถออกไปอย่างรวดเร็ว

*-*-*-*-*-*-*-*

หลังจากวางหูจากมัลฟอยแล้ว แพนซี่จึงหันกลับมาเผชิญหน้ากับชายหนุ่มที่ยืนหน้าบึ้งรออยู่ทางด้านหลัง สายตาของรอนบ่งบอกความไม่พอใจอย่างชัดเจนจนแพนซี่เริ่มขำ แต่นั่นทำให้หน้าของชายหนุ่มยิ่งบึ้งหนักเข้าไปอีก

หัวเราะอะไรมิทราบ รอนถามเสียงห้วนกับหญิงสาวคล้ายเด็กที่ละเลยความรักและกำลังเรียกร้องความสนใจ โชคดีที่ตอนนี้เป็นเวลาปิดร้านแล้ว และก็ไม่มีใครอยู่ในร้านนี้อีก นอกจากเขาและเธอแค่สองคน

ก็หัวเราะนายนะสิ ดูนายทำหน้าเข้า ตลกชะมัดเลย ไม่พูดเปล่า หญิงสาวยังปล่อยเสียงหัวเราะออกมาเสียงดังพร้อมกับรอยยิ้มสดใส และนั่นทำให้รอนเผลอมองด้วยความหลงใหล

ถ้ามันทำให้คุณหัวเราะได้บ่อย ๆ ผมก็ยินดีนะ ทีนี้กลับเป็นแพนซี่ที่หัวเราะไม่ออก หญิงสาวไม่กล้าแม้แต่จะสบสายตาจริงจังคู่นั้น แล้วแสร้งทำทีเป็นเก็บข้าวของลงกระเป๋าทำงานคู่ใจ

วันนี้แพนซี่มาหารอน เพราะมีนัดสัมภาษณ์กับเขา จริง ๆ เธอได้นัดเขาไว้ตั้งแต่เมื่อ 4 วันที่แล้ว แต่หญิงสาวก็บ่ายเบี่ยงมาตลอด จนกระทั่งวันนี้ที่หญิงสาวจำเป็นที่ต้องใช้โทรศัพท์มือถือเพื่อติดต่อกับมัลฟอย แต่เธอไม่รู้ว่าจะใช้มันยังไง จึงตัดสินใจมาหารอนหลังจากพยายามบ่ายเบี่ยงอยู่หลายวัน

ขอบใจมากสำหรับวันนี้นะวิสลี่ ชั้นกลับล่ะ เมื่อรู้สึกว่ากำลังตกเป็นรองทางด้านความรู้สึก แพนซี่จึงรีบหาทางยุติมันโดยเร็วก่อนที่จะเกินเลย แต่รอนไม่ยอมให้หญิงสาวเดินหนีไปได้ง่าย ๆ รีบเดินมาขวางหน้าหญิงสาวเอาไว้

เดี๋ยวสิ คุณคงไม่ลืมสัญญา...ใช่มั้ย แล้วชายหนุ่มก็จ้องมองลึกลงไปในตาของอีกฝ่าย และก็เป็นตัวแพนซี่เองที่ไม่สามารถสู้สายตาคมกล้าจริงจังคู่นั้นได้ จึงหลบตาแล้วพยายามบ่ายเบี่ยง

ก็..บทความยังไม่ได้ลงตีพิมพ์เลยนี่ นายจะมาทวงได้ไง พูดจบก็ก้มลงจะหยิบกระเป๋า แต่รอนกลับคว้ามือหญิงสาวขึ้นมากุมไว้

จะช้าจะเร็วมันก็ต้องมาถึง ผมก็แค่...ไม่อยากรอนานขนาดนั้นเท่านั้นล่ะ

เอ่อ...คือ...อืม ไม่ยักรู้ว่านายก็จริงจังกับเขาเป็นด้วยนะเนี่ย ฮึฮึ ตลกดี เมื่อไม่รู้จะหลุดจากสถานการณ์นี้ไปได้อย่างไร หญิงสาวจึงเปลี่ยนเรื่องซะดื้อ ๆ เพื่อให้พ้นจากการรุกของรอน แต่ก็ต้องไปเจอกับการรุกอีกแบบหนึ่ง

ผมจริงจังเฉพาะกับคุณเท่านั้นล่ะ..... ชายหนุ่มก้าวเท้าออกมาหนึ่งก้าวทำให้ระยะห่างระหว่างเขาและเธอสั้นลง ใบหน้าห่างกันไม่ถึงคืบ ต่างได้ยินเสียงลมหายใจของกันและกัน สัมผัสได้ถึงอุ่นไอของอีกฝ่าย มืออุ่นจัดแข็งแรงยังคงกอบกุมมือบางเย็นเฉียบเอาไว้อย่างเหนียวแน่น เหมือนกลัวว่าสัมผัสนั้นจะหายไปหากเพียงเขาแค่ปล่อยมือ

..........คุณไม่รู้เหรอ ไม่เคยรู้สึกบ้างหรือไง ลมหายใจร้อน ๆ ของชายหนุ่มรดลงมาต้องใบหน้าของหญิงสาวทุกครั้งที่เขาพูด ส่งผลให้เลือดทุกหยาดหยดในร่างกายไหลมารวมกันอยู่บนใบหน้าสวยเก๋นั้น ใบหน้างามแดงปลั่งก้มลงต่ำไม่กล้าสบสายตา เมื่อเห็นว่าหญิงสาวเงียบไป รอนจึงเอื้อมมือมาเชยคางแพนซี่เงยขึ้นเพื่อสบตากับเขา

ผมอาจจะผิดที่เอาแต่แกล้งคุณ และทำเหมือนเป็นเล่นไปซะหมด แต่อย่างหนึ่งที่ผมอยากจะขอให้คุณแน่ใจ.... หญิงสาวจ้องลงไปในดวงตาคู่นั้นอย่างค้นหาความจริง ........ผมรักคุณนะ

พูดจบรอนก็ก้มลงจูบหน้าผากหญิงสาวเบา ๆ ซึ่งทันทีที่ริมฝีปากของรอนสัมผัสกับหน้าผากของแพนซี่ หญิงสาวก็รู้สึกเหมือนจะมีไอร้อนแล่นวาบเข้ามาในร่างกาย แต่เพียงไม่นานความร้อนก็จางหายไป พร้อม ๆ กับที่รอนถอนริมฝีปากออกมา

อ๊ะ..... หญิงสาวร้องออกมาเพียงแค่นั้น ก่อนจะมองหน้ารอนที่ตอนนี้ถอยออกไปยืนอยู่ห่าง ๆ อย่างสงสัย ใบหน้าชายหนุ่มระบายไปด้วยรอยยิ้มที่ดูอ่อนโยนแต่เศร้าสร้อย

ผมถอนคำสาปให้คุณแล้ว ต่อไปนี้คุณก็ไม่ต้องฝืนใจทำในสิ่งที่คุณไม่ต้องการอีกแล้วล่ะ ผมขอโทษที่ฝืนใจคุณมาตลอด ลาก่อน

ทำไมนาย.... หญิงสาวถามออกมาได้เพียงแค่นั้นด้วยไม่สามารถหาถ้อยคำใด ๆ มาร้อยเรียงเป็นประโยคได้

เพราะผมโง่เกินไปล่ะมั้ง โง่ตั้งแต่ที่เริ่มตกหลุมรักคุณ ทั้ง ๆ ที่รู้ว่าคุณไม่ใยดี โง่..ที่ปล่อยให้ใจถลำลึกลงไปมากขนาดนี้ และโง่ที่สุด...ที่ตัดสินใจให้อิสระกับคุณเพียงเพื่ออยากจะเห็นคุณมีความสุข....โดยคนที่จะทำให้คุณมีความสุขได้....ไม่ใช่ผม

พูดจบ ชายหนุ่มก็หันหลังกลับ แต่ก่อนที่จะเดินจากไปนั้น เสียงของแพนซี่ก็ดังขึ้นเบา ๆ

นายมันโง่จริง ๆ ชายหนุ่มชะงักอยู่ชั่วครู่ ใจหนึ่งอยากหันหลังกลับไปและเก็บเธอเอาไว้ในที่ที่มีแค่เขาและเธอ แต่อีกใจกลับห้ามไว้เพราะกลัวเธอต้องมาทุกข์ใจกับเขา ในที่สุดชายหนุ่มตัดสินใจก้าวเท้าต่อไป ก่อนจะต้องชะงักอีกครั้งเพราะคราวนี้เสียงตะโกนที่สั่นเครือบ่งบอกว่าคนข้างหลังกำลังร้องไห้

นายมันโง่จริง ๆ ด้วย โรนัลล์ วิสลี่ เมื่อได้ยินเสียงสะอื้นมาจากหญิงสาวที่เขารัก รอนรีบหันหลังกลับมาเพื่อดูด้วยความห่วงใย แต่ก่อนที่ชายหนุ่มจะทันได้ทำอะไรแพนซี่ก็เข้ามารั้งคอชายหนุ่มลงไปหาพร้อมกับมอบจุมพิตที่แสนอ่อนโยนให้เขา ชายหนุ่มหยุดชะงักไปชั่วครู่เพราะความตกใจก่อนที่จะรับสัมผัสนั้นด้วยความเต็มใจ สองแขนแข็งแรงโอบรอบลำตัวบอบบางนั้นก่อนจะรั้งร่างของหญิงสาวให้เข้ามาแนบชิดยิ่งขึ้น เวลาเหมือนหยุดหมุน นาทีนานนับเดือน ต่างถ่ายทอดความรู้สึกที่มีให้กันและกันผ่านทางจูบนั้นจนหมดสิ้น

ในที่สุด รอนก็ถอนใบหน้าออกมา จ้องมองใบหน้างามที่ชื้นไปด้วยคราบน้ำตานั้นอย่างรักใคร่ ก่อนจะใช้ริมฝีปากซับคราบน้ำตาออกไปจนหมด หญิงสาวซบลงไปที่ไหล่ของชายหนุ่มอย่างอ่อนล้า ร่างบางยังคงมีอาการสั่นน้อย ๆ

ทำไมคุณถึง..... รอนเป็นฝ่ายที่ทำลายความเงียบขึ้นมาก่อน โดยที่แพนซี่ยังคงซบอยู่ที่หัวไหล่ ก่อนจะตอบออกมาทั้ง ๆ ที่ยังไม่ได้เงยหน้าขึ้น

เพราะชั้นเกลียดนายไง เกลียดท่าทางกวน ๆ ของนาย เกลียดน้ำเสียงของนาย เกลียดกลบ้า ๆ ที่นายชอบเอามาหลอกชั้น เกลียดผมนาย เกลียดอาหารของนาย เกลียด.......

โอเค ๆ เข้าใจแล้วว่าคุณเกลียดผมมากขนาดนั้น มันช่วยไม่ได้นี่นะ เพราะมันคือตัวผม ชายหนุ่มยักไหล่เบา ๆ

ใช่ เพราะมันคือนาย ชั้นถึงได้อยากรู้จักให้มากขึ้นกว่านี้ หญิงสาวเงยหน้าขึ้นมาจากบ่าของรอน และสบตาเขา อยากรู้จักให้มากขึ้น

รอนจ้องตาแพนซี่นิ่ง ก่อนจะเปลี่ยนเป็นเจ้าเล่ห์

โอเคเลย ถ้าคุณอยากรู้จักให้มากกว่านี้ จัดให้ แววตาช่างเจ้าเล่ห์นักจนคนมองรู้สึกเสียวสันหลัง หญิงสาวค่อย ๆ เดินถอยหลังช้า ๆ เพื่อหาทางหนีทีไล่

นายหมายความว่าไง วิสลี่ แต่รอนก็เดินหน้ามาติด ๆ ดวงตาเริ่มฉายแววสนุกออกมาอีกครั้ง ได้แกล้งคนอีกแล้ววันนี้

เรียกรอนสิ แล้วก็....หมายความว่าแบบนี้ไง ชายหนุ่มรวบตัวหญิงสาวเอาไว้อย่างรวดเร็วก่อนจะแบกขึ้นบ่า เดินตรงไปที่บันได โดยมีหญิงสาวดิ้นปัด ๆ อยู่อย่างนั้น

เฮ้ย นายจะทำอะไร ปล่อยชั้นนะ

เดี๋ยวก็รู้เองล่ะน่า และแล้วร่างทั้งสองก็หายลับไปจากบันไดที่ขึ้นไปสู่ชั้นสองที่เป็น ห้องนอน

*-*-*-*-*-*-*-*-*

ปล. อย่าคิดลึก ไม่มีเรทค่าท่านผู้ชม แถมนิด!! เอ่อ ก็ไม่ค่อยนิดเท่าไหร่

แพนซี่ : นายจะทำอะไรชั้น ปล่อยชั้นเดี๋ยวนี้นะ

รอน : เดี๋ยวก็รู้เองล่ะน่า

รอนยังคงเดินขึ้นบันไดต่อไป โดยไม่สนใจแพนซี่ที่กำลังดิ้นรนอย่างสุดชีวิต เพื่อหนีให้พ้นจากเงื้อมมือผู้คุมวิญญาณรอน ในที่สุดชายหนุ่มก็เดินมาถึงหน้าห้อง ๆ หนึ่ง โดยไม่รอช้าเขาก็รีบเปิดประตูเข้าไปทันที ในห้องนั้นมีเตียงนุ่มสบายน่านอนตั้งอยู่กลางห้อง และมีการตกแต่งไว้อย่างน่ารักเหมาะสำหรับเป็นห้องของผู้หญิง รอนรีบอุ้ม (แบก) หญิงสาวไปวางลงบนเตียงอย่าแผ่วเบา ก่อนจะทิ้งตัวลงนั่งข้าง ๆ ก่อนจะมองหญิงสาวที่นั่งหน้าตื่น ๆ ด้วยดวงตาหยาดเยิ้ม จนทำให้คนถูกมองเริ่มผวาและถอยกรูดไปอยู่ที่หัวเตียงให้ห่างจากชายหนุ่มมากที่สุด รอนเพียงแค่เลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่ง ก่อนจะขยับตัวตามไปติด ๆ จนแทบจะเบียดหญิงสาวเข้าไปอยู่ในผนัง

รอน : เป็นอะไรไป ทำไมทำท่าแบบนั้น

รอนถามเสียงแหบพร่า ดวงตายังคงหวานหยดเช่นเดิม

แพนซี่ : ก็...ก็นายดะ..ดูแปลก ๆ นะ บะ...แบบว่า...

รอน : แบบว่าอะไร

ไม่ถามเปล่า ยังกระแซะเข้าไปให้ชิดมากขึ้น

แพนซี่ : เอ่อ...อื๊ย

หญิงสาวหลับตาปี๋ เมื่อรอนค่อย ๆ ยื่นหน้ามาใกล้ ๆ พลางคิดในใจ วันนี้ไม่รอดแน่ชั้น ก่อนจะรู้สึกถึงริมฝีปากอุ่นที่แตะเบา ๆ ที่หน้าผาก ก่อนจะได้ยินเสียงกระซิบข้าง ๆ หูว่า

รอน : ราตรีสวัสดิ์นะ

หญิงสาวรีบลืมตาขึ้นดูเพียงเพื่อจะพบกับสายตาล้อเลียนของชายหนุ่มที่มองตรงมา และรู้ทันทีว่ารอนแกล้งเธอ หญิงสาวจึงผลักรอนออกไปห่าง ๆ อย่างโมโห รอนจึงไปยืนหัวเราะลั่นอยู่ตรงประตู

แพนซี่ : นายนี่มัน......ไปให้พ้นเลยนะ

หญิงสาวหันซ้ายหันขวาก่อนจะหยิบหมอนมาปาใส่ชายหนุ่มที่วิ่งหายออกไปจากห้อง ก่อนจะโผล่หัวเข้ามาในห้องอีกครั้ง

รอน : เพิ่งรู้นะเนี่ย ว่าชอบคิดลามกเหมือนกัน

แพนซี่ : ตาบ้า!!!

แพนซี่หยิบผ้าห่มมาปาออกไปอีกครั้งก่อนที่รอนจะปิดประตูลง เสียงรอนตะโกนดังเข้ามาในห้องจับใจความได้ว่า

รอน : ชั้นเห็นว่ามันดึกแล้วเลยไม่อยากให้เธอต้องเดินทาง มันอันตราย นี่เป็นห้องของจินนี่ เขาไม่ว่าหรอกถ้าเธอจะมาใช้ แต่ถ้ากลัวเขาว่าจะมานอนที่ห้องชั้นก็ได้นะ

แพนซี่ : ไปไกล ๆ เลย ชั้นเกลียดนายตาบ้าวิสลี่

เสียงหัวเราะของรอนดังขึ้นทันทีที่แพนซี่พูดจบและยังคงดังแว่วมาให้ได้ยินอีกครู่ใหญ่ จนหญิงสาวต้องส่ายหัวให้กับความทะเล้นของเจ้าของร้านอาหารคนนี้

แพนซี่ : ชั้นเกลียดนายตาบ้าวิสลี่

ปากบอกว่าเกลียด แต่ใบหน้ากลับระบายไปด้วยรอยยิ้มแห่งความสุข


edit @ 2005/11/30 18:50:32

Comment

Comment:

Tweet


#7 by (31.184.238.21) At 2012-01-29 00:21,
#6 by (31.184.238.21) At 2012-01-29 00:20,
All in your life relies on you only. Hiring a reputable <a href=\"http://qualityessays.co.uk\">custom essay uk</a> service to assist you with your essays you give yourself an opportunity to be successful.
#5 by JANAOrtiz27 (31.184.238.21) At 2012-01-29 00:19,
ติดใจ ตามมาอ่านอีกรอบ....กรี๊ดดด เจอป๋าอลัน ธีมใหม่ หล่อมากๆๆ....สเนปโย่วๆ
#4 by ~:. t r u s t.:~ At 2005-12-03 07:27,
ในที่สุดเพ้ก้อแต่งเสร็จสักที...เย้
#3 by princess~P~ At 2005-12-02 21:56,
สนุกมากคร่า....รอน น่ารักมากเลยค่า ชอบคู่นี้..
#2 by ~:. t r u s t.:~ At 2005-11-30 00:16,
ตอนแรกนึกว่า เอาแฮรี่ฯ อ่านไปอ่านมาอ้าว ฟิคนี่หว่า เหอๆๆๆ
#1 by ~นู๋ติ๊ก~ At 2005-11-28 09:59,