บทที่ 15 ตัวตนเริ่มปรากฎ
เช้าที่สดใสวันแรกในต่างแดนของมัลฟอย (ไม่นับวันที่มาถึงนะ) ชายหนุ่มผมบรอนซ์เงางามคนนี้กำลังนั่งจิบกาแฟอย่างสบายอารมณ์ที่บริเวณลานหลังบ้านพักหลังมหึมาติดชายหาดที่สวยงามที่สุดแห่งหนึ่งของฮาวาย จากตัวลานที่ชายหนุ่มนั่งอยู่นี้มีบันไดเตี้ย ๆ ทอดยาวลงสู่ชายหาดที่เงียบสงบปราศจากผู้คน เพราะรอบ ๆ บริเวณนี้ไม่มีบ้านเรือนของใครอาศัยอยู่สักหลังเดียว ทำให้ชายหาดที่นี่ยังคงความบริสุทธิ์งดงามอย่างที่มันควรจะเป็น
เวลานี้มัลฟอยกำลังรอคอยอะไรสักอย่างหนึ่ง อะไร ที่ชายหนุ่มรู้ดีว่าจะต้องเกิดขึ้นแน่นอน และแล้วในที่สุดมันก็ค่อย ๆ เกิดขึ้น เสียงเดินลงส้นหนัก ๆ เหมือนคนกำลังวิ่งดังขึ้นเรื่อย ๆ ค่อย ๆ ใกล้เข้ามา ๆ จนในที่สุดเสียงนั้นก็มาหยุดอยู่ข้างหลังชายหนุ่ม ก่อนที่เจ้าตัวจะทันได้หันไปดูว่าเป็นใคร คนลึกลับก็คว้าหมับเข้าที่ไหล่ของเขาพร้อมออกแรงกระชากเพื่อให้มัลฟอยหันมา แต่เป็นเพราะมัลฟอยนั่งอยู่บนเก้าอี้ เมื่อถูกกระชากจากเบื้องหลังทำให้เขาแทบจะหงายหลังล้มลงไปทั้งเก้าอี้เลยทีเดียว และดีที่เขาเป็นคนแข็งแรงและรวดเร็วพอจึงขืนตัวเองไว้ได้อย่างทุลักทุเล
อะไรกันเนี่ย หลังจากตั้งหลักได้ มัลฟอยก็ลุกขึ้นหันมาเผชิญหน้ากับบุคคลลึกลับนั้นทันทีด้วยสายตาตกใจปนเคืองนิด ๆ ทำอะไรของคุณ จะฆ่ากันหรือไง ถ้าผมหงายหลังไปหัวฟาดพื้นจะทำยังไงล่ะ ฮึ
แค่นั้นไม่ถึงตายหรอก และอีกอย่างถ้าชั้นจะฆ่าคุณ ชั้นไม่ใช้วิธีที่ไม่รู้ว่าจะได้ผลมั้ยแบบนี้หรอกนะ ชั้นเสกคาถาใส่ตอนคุณเผลอไม่ดีกว่าหรือไง สีหน้าของรินซี่ หรือก็คือ เฮอร์ไมโอนี่เต็มไปด้วยความเคียดแค้น โกรธเคือง
อะไรอีกล่ะ ผมไปทำอะไรให้คุณ ถึงมองผมด้วยสายตาแบบนั้น มัลฟอยคิดว่าพอจะเข้าใจว่าทำไมหญิงสาวแสนสวยคนนี้ถึงได้มองเขาแบบนั้น แต่เพื่อความรื่นเริงในยามเช้าที่สดใส ขอยั่วโมโหเล่นสักหน่อยคงจะดี จึงได้ทำท่าไม่รู้ไม่ชี้ต่อไป
อย่าบอกนะว่านายไม่รู้ว่าเรื่องอะไร
ก็มันเรื่องอะไรกันล่ะ ผมไม่ใช่พระเจ้าจอร์จนี่จะได้รู้ดีทุกเรื่องนะ ชายหนุ่มพยายามทำสีหน้าให้หน้าเชื่อถือ แถมยังกระพริบตาปริบ ๆ ให้ดูน่ารัก แต่คนเห็นกลับหมั่นไส้มากกว่า เพราะรู้ว่าชายหนุ่มแกล้งทำ
อย่าเลย มัลฟอย ชั้นรู้ว่านายรู้ นายหลอกชั้นไม่ได้อีกเป็นครั้งที่สองหรอก มัลฟอยสะดุดกึกกับสำนวนที่เฮอร์ไมโอนี่เผลอตัวพูดออกมา
ครั้งที่.....สอง....งั้นเหรอ เมื่อเห็นว่าชายหนุ่มนิ่งไป เฮอร์ไมโอนี่จึงขยับเท้าเข้าไปหาอีกหนึ่งก้าวและเรียกชื่อเบา ๆ โดยที่หญิงสาวยังไม่รู้ว่าเผลอตัวพูดอะไรออกมา แถมสำนวนที่ใช้ยังแสดงถึงความสนิทสนมที่ชายหนุ่มฟังแล้งคุ้นหัวใจเหลือเกิน
นี่ คุณ เป็นอะไรอีกล่ะ พูดพร้อมกับเอานิ้วจิ้มไปที่หัวไหล่ของมัลฟอยเพื่อดูว่าวิญญาณยังอยู่ในร่างหรือเปล่า และนั่นเองทำให้มัลฟอยรู้สึกตัวหันไปมองหน้าหญิงสาวครู่หนึ่ง
ใครเป็นอะไร มีแต่คุณนั่นล่ะ เต้นเป็นเจ้าแต่เช้าเชียว มีอะไร มัลฟอยตัดสินใจที่จะยังไม่พูดถึงมันในตอนนี้ อย่างน้อยก็จนกว่าเขาจะแน่ใจ หรือมีหลักฐานซะก่อน
เรื่องอะไรเหรอ.....อ่อใช่.. เฮอร์ไมโอนี่มัวแต่สงสัยในท่าทีแปลก ๆ ของมัลฟอยจนเกือบลืมเรื่องสำคัญที่ตั้งใจจะมาเคลียร์กับชายหนุ่มไปสนิท ถ้ามัลฟอยไม่พูดขึ้นมาก็คงจะลืมไปเลยแน่ ๆ เมื่อวานนี้ชั้นไปนอนอยู่บนเตียงได้ยังไง ก็ชั้นจำได้ว่าชั้นนั่งรถไปกับคุณเพื่อกลับที่พัก แล้ว....แล้ว.....
แล้วคุณก็หลับไป เรียกเท่าไหร่ก็ไม่ยอมตื่น เพิ่งรู้ว่าขี้เซาขนาดนั้นนะเนี่ย มัลฟอยมองหน้าหญิงสาวเป็นเชิงล้อ ทำให้เฮอร์ไมโอนี่หน้าเป็นสีเข้มขึ้นมาทันที ทั้งโกรธทั้งอาย
ชั้นไม่ได้ขี้เซา หญิงสาวโต้กลับ
อ๋อเหรอ แล้วเมื่อวานมันอะไรกันล่ะ มัลฟอยหันกลับไปนั่งที่เก้าอี้ตัวเดิมอีกครั้ง นั่นยิ่งทำให้หญิงสาวโมโหมากขึ้นไปอีกที่มัลฟอยมาหันหลังให้เธอในขณะที่เธอกำลังพูดกับเค้าอยู่แบบนี้
อะไรก็ช่างเถอะน่ะ ชั้นไม่ได้มาพูดกับคุณเพราะเรื่องนั้นนะ เฮอร์ไมโอนี่เดินอ้อมมายืนตรงหน้าชายหนุ่มรูปงามที่กำลังจิบกาแฟต่ออย่างสบายใจ
งั้นเรื่องไหนล่ะ
เมื่อวานชั้นไปนอนบนเตียงได้ยังไง เฮอร์ไมโอนี่จ้องหน้ามัลฟอยอย่างคาดคั้นต้องการคำตอบ
แล้วคุณคิดว่าไงล่ะ นอกจากไม่ตอบแล้วมัลฟอยยังถามเธอกลับด้วย
คุณคงไม่ได้...เอ่อ...ไม่ได้....
อุ้มคุณนะเหรอ มัลฟอยต่อคำพูดให้กับหญิงสาว อ้อ แน่นอน ก็ในเมื่อบ้านหลังนี้มีผมกับคุณแค่สองคนเท่านั้นที่เป็นคนอาศัยอยู่ที่นี่ ถ้าไม่ใช่ผมแล้วจะเป็นใครล่ะ คำพูดของมัลฟอยทำเอาเฮอร์ไมโอนี่หน้าซีดเผือด
งั้นคุณก็....คุณ...เป็นคน...เอ่อ...คุณ.... คำพูดตะกุกตะกักของเฮอร์ไมโอนี่ทำเอามัลฟอยเริ่มหงุดหงิด
อะไรล่ะ ผมทำอะไร
เอ่อ...ใครเป็นคนเปลี่ยนเสื้อผ้าให้ชั้นเมื่อคืนนี้ นี่เป็นสิ่งที่เฮอร์ไมโอนี่ต้องการอยากรู้มากที่สุดหลังจากตื่นขึ้นมาแล้วพบว่าเสื้อผ้าที่เธอสวมเมื่อวานหายไปและถูกแทนที่ด้วยชุดนอนเบาสบาย
อ้อ เรื่องนี่เองที่คุณอยากรู้ถึงขนาดต้องวิ่งแจ้นมาหาผมแต่เช้า ทั้ง ๆ ที่ยังไม่ได้อาบน้ำให้เรียบร้อย พูดจบมัลฟอยก็มองสำรวจไปตามร่างกายบอบบางน่าทะนุถนอม ทำเอาหญิงสาวหน้าแดงเป็นลูกตำลึง กระชับเสื้อคลุมให้แน่นมากขึ้น
เมื่อกี้ผมก็บอกแล้วนี่ว่าในบ้านหลังนี้ มีผมกับคุณเป็นคนที่อาศัยอยู่ที่นี่แค่สองคน เพราะงั้นมันก็หมายความว่า........ ชายหนุ่มจงใจละช่องว่างไว้ให้หญิงสาวคิดเอาเอง
คุณเปลี่ยนเสื้อให้ชั้นงั้นเหรอ โอ้ ไม่นะ หญิงสาวทรุดลงนั่งที่เก้าอี้ข้าง ๆ เก้าอี้ของมัลฟอยอย่างหมดแรง งั้นคุณก็เห็นแล้วสิ หญิงสาวคิดถึงเรื่องที่เธอ กังวล แต่มัลฟอยกลับคิดไปคนละทาง
ก็เห็นเท่าที่ควรเห็นนั่นล่ะ เอาน่า มันก็ไม่แย่ขนาดนั้นหรอก มัลฟอยพยามทำหน้าตาขึงขังทั้ง ๆ ที่ดวงตาพราวระยับ แต่หญิงสาวไม่ได้สนใจจะฟัง นี่เขาเห็นแล้ว เขาเห็นแล้ว ส่วนมัลฟอยเมื่อเห็นหญิงสาวเงียบไปและเริ่มหน้าเสีย จึงเลิกแกล้งหญิงสาวตรงหน้า
หน้าคุณตอนนอนหลับน้ำลายยืดเนี่ย มันก็ดูน่ารักดีออกนะ
คุณพูดถึงอะไรน่ะ คุณมัลฟอย เฮอร์ไมโอนี่กำลังสงสัยว่ามัลฟอยพูดถึงเรื่องอะไร
ก็พอผมเห็นคุณนอนหลับน้ำลายยืดหน้าตามอมแมม ผมก็ให้ชาช่ามาจัดการเช็ดตัวและก็เปลี่ยนเสื้อให้คุณไง ก็แค่นั้น นี่คุณเข้าใจว่าผมเห็นอะไรงั้นเหรอ ชายหนุ่มยังคงตีหน้าซื่อ แต่แววตามันฟ้องว่าเจ้าตัวกำลังสนุกสนาน
ชาช่า...ไหนคุณบอกว่าบ้านหลังนี้มีคุณกับชั้นแค่สองคนไงล่ะ คุณหลอกชั้นเหรอ เฮอร์ไมโอนี่จับแขนมัลฟอยเขย่าอย่างลืมตัว
ผมไปหลอกคุณที่ไหนกัน ผมบอกว่าบ้านนี้มีคุณกับผมที่เป็น คน อาศัยอยู่ที่นี่เท่านั้น นอกนั้นก็มีเอลฟ์อีกตนหนึ่ง ผมพูดผิดตรงไหนกัน
คุณนี่มัน.......โอ๊ย ชั้นไปอาบน้ำดีกว่า เสียเวลาจริง ๆ เลย พูดจบเฮอร์ไมโอนี่ก็สะบัดแขนมัลฟอยที่ตัวเองเกาะเอาไว้เมื่อครู่นี้ออกอย่างแรง แล้วลุกขึ้นเดินกลับเข้าไปในบ้านสวนทางกับเอลฟ์ตัวจ้อยที่เดินถือหนังสือพิมพ์เข้ามา เอลฟ์มองตามหลังหญิงสาวไปอย่างสงสัยจนกระทั่งมัลฟอยสังเกตเห็น
เป็นอะไรของแก เอาหนังสือมาให้ชั้นได้แล้ว ชาช่าน้อยค่อย ๆ เดินเข้ามาหามัลฟอยอย่างช้า ๆ แต่สายตายังคงมองไปทางที่เฮอร์ไมโอนี่เดินไป จนกระทั่งไปชนกับโต๊ะที่มัลฟอยนั่ง จนกาแฟที่วางอยู่บนโต๊ะหกเลอะเทอะ
อะไรเนี่ย ชาช่า แกเป็นอะไร ฮะ มัลฟอยเริ่มโมโห จึงตะคอกใส่เอลฟ์ตัวน้อยจนมันกลัวตัวสั่น
นายน้อย อีชั้นขอโทษเจ้าค่ะ เอลฟ์น้อย ๆ รีบระล่ำระลักขอโทษขอโพยเจ้านายของเธอเป็นการใหญ่ แถมยังเอาหนังสือพิมพ์ที่ถือมาม้วนเป็นก้อนกลม ๆ แล้วตีหัวตัวเอง ซึ่งมัลฟอยก็ได้แต่ส่ายหน้าก่อนจะบอกให้มันเลิกทำ
เอ่อ นายน้อยเจ้าค่ะ คือ...คือว่าผู้หญิงคนเมื่อกี้น่ะเจ้าค่ะ เค้าเป็นใครกันค่ะ คำถามของเอลฟ์ทำเอามัลฟอยนึกฉงนในใจ
แกจำไม่ได้หรือไง ก็คนที่ชั้นพามาไงล่ะ ที่ชั้นให้แกไปเปลี่ยนเสื้อผ้าให้เขาไง น้ำเสียงของเขาในตอนนี้ค่อยเย็นลงแล้ว เพราะขำกับความขี้ลืมของทาสตัวน้อย แต่ชาช่ากลับส่ายหน้าของมันจนใบหูใหญ่ ๆ ไหวระริก
ไม่ใช่เจ้าค่ะ อีชั้นไม่เคยเปลี่ยนเสื้อผ้าให้คุณคนนี้ ถึงหน้าตาจะเหมือนกันก็จริง แต่ทรงผมไม่ใช่นะเจ้าค่ะ
หมายความว่าไง มัลฟอยชะงัก ก่อนจะหันมาคาดคั้นกับมันอย่างจริงจัง เล่ามา เร็ว!!
เอ่อ คุณคนนี้ผมสีทอง แต่คุณที่อีชั้นเช็ดตัวให้เมื่อวานไม่ใช่เจ้าค่ะ มันส่ายหน้าดิก ๆ เพื่อยืนยันคำพูด
สีอะไร ผมสีอะไร มัลฟอยถามเสียงเบาหวิว ในใจภาวนาให้คำตอบเป็นอย่างที่เขาคิด
สีน้ำตาลเจ้าค่ะ แถมดูหยิก ๆ เหมือนจะฟูนิด ๆ ด้วยล่ะเจ้าค่ะ และคำตอบนั่นเองเป็นสิ่งที่เฮอร์ไมโอนี่กังวลเมื่อตื่นนอนขึ้นมาในตอนเช้า แล้วเห็นว่าผมตัวเองที่ลงคาถาแปลงตัวไว้แทนที่จะเป็นสีทอง มันกลับกลายเป็นสีน้ำตาลเหมือนสีผมจริง ๆ ของเธอไปแล้ว และก็มีใครบางคนมาเปลี่ยนเสื้อผ้าให้เธอด้วย ถ้าคน ๆ นั้นเป็นมัลฟอย เขาย่อมต้องรู้แน่ ๆ ว่าเป็นเธอ และเมื่อเฮอร์ไมโอนี่รู้ว่ามัลฟอยไม่ได้เป็นคนเปลี่ยนเสื้อผ้าให้ หญิงสาวก็ค่อยเบาใจลง โดยลืมไปว่าถึงมัลฟอยไม่เห็น แต่ก็ยังมีอีกคน(ตัว)หนึ่งเห็น
งั้นเหรอ แกไปได้แล้ว อ้อ เดี๋ยว ถ้าเขาถามว่าแกเห็นอะไรผิดปกติเกี่ยวกับผมเขาหรือเปล่า ให้แกบอกว่าไม่เห็นอะไรที่ผิดปกติเลยนะ.นี่เป็นคำสั่ง มัลฟอยกำชับ ซึ่งเอลฟ์น้อยก็พยักหน้าอย่างแข็งขัน
งั้นแกไปได้แล้ว
เมื่อมัลฟอยได้อยู่ตามลำพังอีกครั้ง ชายหนุ่มก็เอาแต่คิดวนไปวนมาแต่เรื่องนี้ ใช่เธอหรือเปล่า เฮอร์ไมโอนี่ ชั้นต้องรู้ให้ได้
*-*-*-*-*-*-*-*
แทงยูมาก ๆ เลยค่า