2005/Sep/18

ก่อนที่จะให้อ่านฟิค มาอ่านสุนทรพจน์ของเราก่อนดีกว่ามั้ย???

เหอๆๆ ล้อเล่นนะ แค่อยากพูดอะไรนิดหน่อยเอง 22 แล้วยิ่งโตยิ่งเหยื่อยเนาะว่ามั้ยค่ะ เมื่อวานก่อนวันเกิดเรา เกิดเรื่องอะไรมากมายขึ้นในชีวิต ทำให้เราเสียน้ำตา แต่โชคดีที่เรามีเพื่อน ๆ พี่ ๆ น้อง ๆ ที่น่ารักคอยปลอบใจและสั่งสอนให้ข้อคิด จนเราเข้มแข็งขึ้นอีกครั้ง

ในโลกไซเบอร์เราไม่มีทางรู้ได้เลยว่าเรื่องไหนจริง ๆ เรื่องไหนหลอก เราเลือกที่จะเชื่อ ทำไมนะเหรอ เพราะเราเองพูดความจริง และเราคิดว่าหลาย ๆ คนคงพูดความจริงด้วย แต่บางทีเราคงจะไว้ใจเชื่อใจคนอื่นมากเกินไป จนขาดความเป็นตัวของตัวเองไป ขาดความคิดพิจารณาสิ่งต่างๆรอบตัว

เราเพิ่งรู้ว่าเราจริงจังกับเรื่องนี้แค่ไหน มันเลยส่งผลมาในฟิคเราด้วย ซึ่งตอนแรกเราคิดว่าแค่แต่งให้เรื่องมันเป็นไป แค่นั้น แต่ไม่ใช่ เราอยากบอกหลาย ๆ คนเลยนะว่า

"อย่าล้อเล่นกับความรู้สึกของคนอื่น อย่าทำให้โลกไซเบอร์นี้เป็นที่แห่งความหลอกลวงเพียงอย่างเดียวเลยนะ"

หรือเพราะเราเคยหลอกใครไว้ เราถึงได้รับผลกรรมที่หนักหนามากขนาดนี้ก็ได้นะ

พอๆๆๆๆ พอแล้ว วันนี้วันดี มาพูดเรื่องฟิคดีกว่า ตอนนี้เป็นตอนที่แต่งได้แย่ที่สุดเลย อาจจะเพราะว่าเราลืมไปแล้วก็ได้ หรือว่าเราร้างลาการแต่งมานาน หรือเพราะความเครียด

อยาคาดหวัง เพราะมันอาจจะไม่เป็นอย่างหวัง 555!!

HaPpY bIrThDaY tO mE


ยังไม่ได้ตรวจเลยอ่ะ เป็นไงมั่งก็ไม่รู้

ตอนที่ 14 ฮาวาย

ในที่สุดเวลาแห่งการเดินทางที่ยาวนานก็สิ้นสุดลง เมื่อล้อเครื่องบินแตะรันเวย์ของสนามบินนานาชาติฮอนโนลูลู มลรัฐฮาวายเป็นที่เรียบร้อยผู้โดยสารต่างพากันทยอยลงจากเครื่องบินรวมทั้งคู่รักคู่กัด มัลฟอยและรินซี่ (เฮอร์ไมโอนี่) ด้วย ฝ่ายชายเดินนำมาก่อนด้วยท่าทางสดชื่นเหมือนคนได้พักผ่อนเต็มที่ ก็แน่ล่ะเวลาเกือบ 10 ชั่วโมงบนเครื่องบินมัลฟอยเอาแต่นอน นอน นอน และนอน จะมีบ้างที่ตื่นมาเพื่อทานอาหาร 2 มื้อ กับของว่างเล็ก ๆ น้อย ๆ เท่านั้น ส่วนเฮอร์ไมโอนี่หลังจากเหตุการณ์น่าอับอายบนเครื่องบินแล้ว หญิงสาวก็เอาแต่ระวังตัว และทุกครั้งที่มัลฟอยขยับตัวหรือเปลี่ยนท่านั่ง (นอน) เฮอร์ไมโอนี่เป็นต้องสะดุ้งสุดตัวทุกที ทำให้เธอไม่มีเวลาพักผ่อน และมันก็แสดงออกมาทางสีหน้าของเธอจนมัลฟอยสังเกตได้

นี่คุณไม่ได้นอนเลยหรือไงกัน คุณอาวน์วาซ ตาดำปิ้ดปี๋เป็นหมีแพนด้าเชียว ไม่พูดเปล่ามัลฟอยยังจิ้มที่โหนกแก้มของเฮอร์ไมโอนี่แล้วหัวเราะเสียงดัง โดยไม่สนใจหญิงสาวที่หน้าเริ่มบูดขึ้นทุกที เสียงหัวเราะของมัลฟอยเรียกความสนใจจากผู้คนรอบข้างได้ไม่น้อย เฮอร์ไมโอนี่ปัดมือของมัลฟอยออกไป

อย่ามายุ่งน่า คุณจะมาเข้าใจอะไรล่ะ เชอะ ค้อนให้ชายหนุ่มวงใหญ่ ๆ ก่อนจะเดินกระแทกส้นเท้าไปต่อคิวที่ช่องผู้โดยสารขาเข้าด้วยความหงุดหงิดผสมกับความอ่อนเพลีย โดยมีมัลฟอยอมยิ้มตามหลังไปอย่างอารมณ์ดี (ก็แหงล่ะนอนเต็มที่เลยนี่นา)

หลังจากผ่านพิธีการยุ่งยากในการตรวจสอบผู้โดยสารของทางสนามบินแล้วเดินมารับกระเป๋าของตัวเองเรียบร้อย ทั้งสองคนก็เดินออกมาทางช่องรอรับผู้โดยสาร (ขออภัยถ้าผิดพลาด ไม่รู้จริงๆ)

คุณมัลฟอยทางนี่ครับ!! เสียงผู้ชายดังมาก่อนที่เขาคนนั้นจะสามารถแหวกฝูงผู้มารอรับเข้ามาหาเจ้าของชื่อได้ พร้อมรับกระเป๋าจากมัลฟอยและเฮอร์ไมโอนี่ การเดินทางเรียบร้อยดีนะครับ ผมเตรียมรถและบอกให้เอลฟ์ทำความสะอาดบ้านพักไว้รอคุณกับคุณผู้หญิงเรียบร้อยแล้วครับ 

ขอบใจ พีท มัลฟอยเดินนำไปที่ประตูทางออกที่พีทชี้ว่ารถจอดอยู่ตรงไหน เดี๋ยวนายเอากระเป๋าไปเก็บที่บ้านแล้วตามเราไปที่บริษัทเลยนะ มัลฟอยสั่งพีทผู้เป็นหัวหน้าสาขาทางนี้ แต่ก่อนที่พีทจะเดินจากไป เขาหันมากระซิบกับมัลฟอยพอให้ได้ยินเพียงสองคน

ผมสงสัยอะไรอย่างครับ คุณมัลฟอย

ว่ามาสิ มัลฟอยขมวดคิ้วอย่างสงสัย

ทำไมคุณถึงไม่หายตัวมา หรือว่าใช้ผงฟลูล่ะครับ ง่ายกว่า สะดวก และก็ไม่เสียเวลาเป็นชั่วโมง ๆ แบบนี้ด้วย ใบหน้าพีทเต็มไปด้วยเครื่องหมายคำถาม เมื่อผู้เป็นเจ้านายได้ยินก็เพียงยิ้มนิด ๆ ที่มุมปาก ก่อนจะตบท้ายด้วยคำคมเฉือนใจ

ไม่จำเป็นต้องมีเหตุผลให้กับทุกการกระทำไม่ใช่เหรอพีท นายไปได้แล้ว ถ้านายสงสัยมากกว่านี้ ชั้นจะให้นายไปสงสัยในเล้าหมูกับหมูตัวเมียหุ่นเซ็กซี่สักตัวดีมั้ย ไป

มัลฟอยสำทับก่อนจะทำหน้าเหี้ยม ทำเอาพีทรีบตะลีตะลานหิ้วกระเป๋าของทั้งมัลฟอยและเฮอร์ไมโอนี่จากไปเพื่อที่จะขึ้นรถของตัวเองซึ่งจอดอยู่ไม่ไกลกันเท่าไหร่นัก แล้วขับออกไปอย่างรวดเร็ว (ก็แหม ถ้าเลือกได้ใครจะอยากไปอยู่กับหมูล่ะ) เมื่อพีทจากไปแล้วเฮอร์ไมโอนี่ (หรือรินซี่) จึงได้เปิดปากขึ้นอีกครั้ง

นี่ คุณจะไปทำงานทั้ง ๆ ที่เพิ่งมาถึงเนี่ยนะ เฮอร์ไมโอนี่เสียงแหว ทั้ง ๆ ที่สีหน้าบ่งบอกชัดเจนถึงความอ่อนเพลีย

ก็ใช่น่ะสิ นี่คุณมันเพิ่งจะแปดโมงเช้าเองนะ ชาวบ้านเขาต้องทำงานกันไม่มีเวลามานั่งอู้ได้ทั้งวันเหมือนคุณหรอก

ชั้นไม่ได้อู้ แต่เราเพิ่งมาถึง และตอนนี้ที่ลอนดอนมันเกือบ ๆ จะทุ่มอยู่แล้ว คุณไม่รู้สึกอะไรมั่งหรือไง 

อืม..ไม่นี่ ก็..สบายดี ก่อนหรี่ตามองหญิงสาวอย่างเจ้าเล่ห์ หรือว่าคุณไม่พร้อม ก็..ไม่เป็นไรนะ ถ้าคุณไม่ไหว ต้องการพัก ผมไปทำงานคนเดียวก่อนก็ได้ มัลฟอยแกล้งพูดยั่วด้วยเดานิสัยกันออกว่าหญิงสาวผู้นี้คงไม่ต่างจากหญิงสาว คนหนึ่ง ที่ไม่ยอมให้ใครมาดูถูกหรือสบประมาณแน่นอน (ซึ่งมัลฟอยยังคิดว่ามันเหมือนกันเกินไปด้วยซ้ำ) ซึ่งเฮอร์ไมโอนี่ก็ตกหลุมที่ชายหนุ่มขุดไว้เต็ม ๆ

ใครกันไม่ไหว แค่เนี่ย สบายอยู่แล้ว พูดจบหญิงสาวก็เชิดหน้าขึ้น พร้อมกับเปิดประตูรถขึ้นไปนั่งด้วยท่วงท่าราวนางพญา ก่อนกระแทกประทูปิดดังปังใหญ่ ใครจะไปยอมให้นายมาดูถูกกันมัลฟอย แค่ครั้งเดียวก็เกินพอแล้ว ก่อนจะเอื้อมมือว่าบีบแตรรถ 2 ที เพื่อเรียกให้มัลฟอยที่กำลังยิ้มกับลมกับฟ้าอยู่คนเดียวให้รีบขึ้นรถสักที ซึ่งมัลฟอยแค่เพียงเอี้ยวตัวมามองหญิงสาวผ่านทางกระจกหน้ารถแล้วเลิกคิ้วข้างหนึ่งเป็นเชิงถามว่า ต้องการอะไรครับคุณผู้หญิง และเฮอร์ไมโอนี่เองก็เข้าใจท่าทางนั้นดีจึงชี้มาที่ที่นั่งว่าง ๆ ข้างตัว เป็นเชิงว่า เชิญเสด็จมาขึ้นรถได้แล้วย่ะ ชายหนุ่มแค่ยิ้มแล้วยอมเปิดประตูขึ้นนั่งแต่โดยดี เพราะยังไม่อยากให้หญิงสาวข้างตัวโมโหจนเป็นลมไปซะก่อน และขับรถออกไปอย่างรวดเร็ว

เป้าหมายแรกที่ชายหนุ่มจะพาหญิงสาวไป ก็คือบริษัทของมัลฟอยซึ่งมาเปิดสาขาย่อยที่ฮาวาย จริง ๆ แล้วทั้งคู่ยังไม่จำเป็นจะต้องมาที่นี่ในวันนี้ก็ได้ แต่มัลฟอยต้องการแกล้งหญิงสาวที่นั่งเชิดคอแข็งอยู่ข้างตัวเท่านั้นเอง พอรถมาจอดที่หน้าบริษัท ทั้งคู่ก็ได้รับการต้อนรับอย่างเอิกเกริกจากพนักงานต้อนรับ นำโดย พีท (โห มาเร็วมาก ๆ) และพนักงานมักเกิ้ลอื่น ๆ ส่วนมากจะเป็นสาว ๆ ที่มารอดูเจ้านายสุดหล่อตัวเป็น ๆ ที่เคยแต่ได้เห็นแค่ในรูปใหญ่ยักษ์ที่ติดอยู่หน้าบริษัทเท่านั้น และเมื่อมัลฟอยกวาดสายตาเจ้าเสน่ห์ไปทางไหน สาว ๆ ที่อยู่ทางนั้นก็แทบจะละลายลงไปกองอยู่กับพื้นกันทีเดียว ทำเอาเฮอร์ไมโอนี่ถึงกับถอนหายใจอย่างหมั่นไส้

เชิญครับ คุณมัลฟอย คุณอาวน์วาซ พีทเข้ามาเชื้อเชิญให้มัลฟอยและเฮอร์ไมโอนี่เข้าไปข้างใน ก่อนหันไปบอกพนักงาน(สาว ๆ) ด้วยเสียงดังฟังชัด

เอ้า ไม่มีงานมีการทำกันหรือไง ไปทำงานกันได้แล้ว เฮ้อ จริง ๆ เลยพวกนี้ ทางนี้ครับ เดี๋ยวผมจะพาคุณสองคนไปที่ห้องทำงานก่อนดีมั้ยครับ

ไม่ต้องหรอกพีท เสียเวลา พาเราไปชมบริษัทเลยดีกว่า อ้อ..คงไหวนะครับคุณอาวน์วาซ หรือคุณอยากพัก... ชายหนุ่มแสร้งทำท่าทางเป็นห่วงเป็นใยอย่างเกินกว่าความจำเป็นไปสักหน่อย เฮอร์ไมโอนี่ได้แต่กัดฟันตอบ

สบายมากเลยค่ะ ไม่ต้อง(แสร้งทำ)เป็นห่วงหรอกค่ะ พร้อมกับยิ้มหวานอย่างชนิดที่เรียกว่า หวานเลี่ยน ทั้งสองคนจ้องตากันไปมาอย่างไม่มีใครยอมใคร จนพีทที่เป็นคนกลางเกรงว่าจะเกิดการนองเลือดขึ้นจึงรีบไกล่เกลี่ย

เอ่อ..เรารีบไปกันดีมั้ยครับ คุณมัลฟอย คุณอาวน์วาซ

นำไปสิ มัลฟอยเป็นฝ่ายที่ยอมเลิกราก่อน เพราะยังมีเวลาในการต่อสู้กันอีก 1 สัปดาห์ ก่อนที่ทั้งเขาและเธอจะต้องเดินทางกลับ มัลฟอยและเฮอร์ไมโอนี่ใช้เวลาทั้งวันอยู่ในบริษัท จนกระทั่งบ่ายแก่ ๆ ที่มัลฟอยสังเกตเห็นความอ่อนล้าปรากฏบนสีหน้าของเฮอร์ไมโอนี่ แม้ว่าเธอจะยังทำท่าราวกับแข็งแรงทุกครั้งที่มัลฟอยหันไปมอง