2005/Aug/14

เอารูปที่วาดมาให้ช่วยติด้วย เป็นไงมั่งไม่เคยวาดมาก่อน บอกด้วยนะคับผม ไม่ต้องเกรงใจกันหรอกน้า

ตอนที่ 13 การเดินทางกับคนสองคน

หลังจากวันที่มัลฟอยและรินซี่ประกาศสงครามทางสายตากันเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ก็ไม่มีใครพูดคุยอะไรกันอีกเลย ต่างทำเหมือนว่าทั้งห้องนั้นมีตัวเองอยู่เพียงคนเดียว และในที่สุดกำหนดการเดินทางไปฮาวายของทั้งคู่ก็มาถึง มัลฟอยจะต้องมารับรินซี่เพื่อเดินทางไปสนามบินด้วยกัน และตอนนี้หญิงสาวก็พร้อมอยู่ในห้องของเธอแล้ว รอเวลาที่มัลฟอยจะมารับเท่านั้น หลังจากตรวจดูความเรียบร้อยภายในห้องว่าปิดประตูหน้าต่างดีแล้ว ปิดแก๊สปิดวาล์วเรียบร้อยหมดแล้ว รวมทั้งเก็บหลักฐานทุกอย่างที่ระบุว่าเธอเป็นใครออกไปจนหมด หญิงสาวก็เดินมานั่งรอที่โซฟาอย่างกระวนกระวายใจ และผ่านไปสักครู่เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นหนัก ๆ เฮอร์ไมโอนี่ถอนหายใจเพื่อระบายอารมณ์คุกรุ่นที่เกิดจากการรอที่เสียเวลาไปเปล่า ๆ

คุณมาช้า ทันทีที่เปิดประตูและมองดูแล้วว่าคนที่มาเป็นคนที่เธอกำลังรออยู่ หญิงสาวก็เปิดฉากปลดปล่อยอารมณ์คุใส่ฝ่ายชายโดยไม่สนใจอะไรทั้งนั้น

คุณรู้ไหมว่ามันจะเกิดอะไรขึ้นถ้าเราไปไม่ทันเครื่องบิน เวลา...เราจะต้องเสียเวลาไปเปล่า ๆ แทนที่จะได้ทำงานทำการกัน แล้วก็นะ............ เฮอร์ไมโอนี่คงจะพูดต่อไปถ้าไม่มีมือหยาบแข็งแรงมาปิดปากเอาไว้

ถ้าคุณยังพูดไม่หยุดเราจะเสียเวลากันอีกนานเลยแทนที่จะได้ไปกันซะที ไหนล่ะกระเป๋า เฮอร์ไมโอนี่ชี้ไปที่กระเป๋าของตัวเองที่วางอยู่ข้าง ๆ ประตู มัลฟอยจึงปล่อยมือจากใบหน้าของหญิงสาวมาถือกระเป่าแล้วเดินนำออกไปทันที

เชอะ อีตาบ้า ตัวเองผิดแท้ ๆ ไม่รู้จักสำนึกซะบ้างเลย เฮอร์ไมโอนี่บ่นเบา ๆ ก่อนจะปิดประตูลงกลอนแล้วเดินตามชายหนุ่มไป ทั้งสองคนนั่งรถไปอย่างเงียบ ๆ ไม่มีใครพูดจาอะไรกัน เพราะต่างก็อยู่ในภวังค์ความคิดของตัวเอง เฮอร์ไมโอนี่ยังคงเคืองมัลฟอยที่มาช้าอยู่ จึงนั่งระงับอารมณ์โทษนกโทษฟ้าโทษคนข้างตัวไปเรื่อย ส่วนมัลฟอยนั้นกำลังนึกถึงเหตุการณ์เมื่อคืนที่เกิดขึ้นระหว่างเขากับแพนซี่ (อ๊ะ อย่าคิดมาก ไม่ใช่แบบน้าน) ชายหนุ่มไปหาแพนซี่ที่บ้านเพราะมีเรื่องขอร้องให้ช่วย..

.เสียงเคาะประตูดังขึ้นที่หน้าบ้านของแพนซี่ราว ๆ สามทุ่มเศษ ๆ เอลฟ์ตัวจ้อยแก่หง่อมประจำบ้านพาร์กินสันค่อย ๆ คืบคลานมาเปิดประตูอย่างช้า ๆ ซึ่งทุกครั้งที่มัลฟอยมาบ้านนี้ชายหนุ่มต้องสะกดกลั้นอย่างมากที่จะไม่ระเบิดอารมณ์หงุดหงิดใส่มันเนื่องด้วยความเชื่องช้าจากความชราของมันเป็นเหตุ และในครั้งนี้ก็เช่นกัน นับตั้งแต่ได้ยินเสียงตุ๊บตั๊บ ๆ ค่อย ๆ ย่างมาแผ่ว ๆ และค่อยชัดขึ้นทีละนิด ๆ จนในที่สุด แกร๊ก เสียงเปิดประตูก็ดังขึ้น ทั้งหมดนี้นับตั้งแต่เคาะประตูจนประตูเปิด กินเวลาเกือบ 10 นาที

อ้าว เป็นคุณเองหรือเจ้าค่ะ อิชั้นรีบมาเปิดแทบแย่ ถ้ารู้ว่าเป็นคุณอิชั้นจะได้ไม่ต้องรีบมากนัก เชิญเจ้าค่ะ เอลฟ์ชราถอยหลังให้มัลฟอยที่นั่งอยู่ที่ตีนบันไดก่อนหน้าที่ประตูจะเปิดเดินเข้าไปในบ้าน โดยไม่ได้ยินเสียงบ่นประชดประชันของมัลฟอย เพราะมันหูตึง

นี่รีบแล้วเหรอเนี่ย ชั้นเกือบหลับกลิ้งตกบันไดไปแล้วนะ

เดี๋ยวอิชั้นจะไปตามคุณหนูมาพบนะเจ้าค่ะ แต่ก่อนที่เอลฟ์น้อยจะเดินไป มัลฟอยก็คว้าแขนมันไว้ (เพราะเรียกก็คงไม่ได้ยิน)

ไม่ต้อง ชั้นไปเองเร็วกว่า

แหม คุณนี่ช่างเป็นคนดีจริง ๆ ห่วงไม่อยากให้อิชั้นรีบเดินเพราะกลัวหกล้ม อิชั้นก็ไม่รีบเดินอยู่แล้วเจ้าค่ะไม่ต้องห่วงนะเจ้าค่ะ ไม่พูดเปล่าเอลฟ์ตัวน้อยยังตบเบา ๆ ที่หลังมือมัลฟอยที่คว้าแขนเอลฟ์เอาไว้แน่น เล่นเอามัลฟอยเหวอไปครู่ ก่อนจะปล่อยให้มันเดินต้วมเตี้ยมจากไป แต่โชคยังเข้าข้างเขา เพราะแพนซี่เดินเข้ามาในห้องโถงพอดี

ใครมาน่ะ เอล่า อ้าว เดรโก ชั้นได้ยินเสียงเคาะประตูตั้งนานแล้ว เธอมัวทำอะไรอยู่ไม่ยอมเข้ามาสักที

ชั้น...........ช่างเถอะ ชั้นมีเรื่องให้เธอช่วยหน่อย มัลฟอยตั้งท่าจะเล่าเหตุการณ์ที่ทำให้เขาเสียเวลาอยู่หน้าประตู แต่เมื่อมาคิด ๆ ดูแล้วมันยิ่งทำให้เสียเวลาเปล่า ๆ และคงไม่ทำให้เอลฟ์แก่ ๆ ตนนี้สามารถเดินได้เร็วไปมากกว่านี้อีกแล้ว ชายหนุ่มจึงปล่อยให้มันผ่านไป และหันมาพูดเรื่องสำคัญแทน

งั้นนั่งก่อนสิ.............แล้วมีเรื่องอะไรเหรอ ถึงมาถึงที่นี่ได้ มัลฟอยยื่นม้วนกระดาษประวัติของรินซี่ให้กับแพนซี่ซึ่งรับมาเปิดดูคร่าว ๆ อย่างสนใจก่อนจะเดินมานั่งฝั่งตรงกันข้าม

ชั้นอยากให้เธอช่วยสืบประวัติคน ๆ นึงให้ชั้นหน่อย เธอน่าจะช่วยได้เพราะอาชีพเธอมันมีโอกาสหาข้อมูลได้ลึกกว่าคนอื่น

แต่เท่าที่ดูมันก็มีครบหมดแล้วนี่ที่เธอควรจะรู้ ละเอียดซะด้วย สายตาของหญิงสาวไล่ไปทีละบรรทัดด้วยความทึ่งกับข้อมูลที่เห็น

ละเอียดเกินไป ชั้นสงสัยว่ามันจะเป็นประวัติที่ถูกตกแต่งขึ้น ชั้นอยากให้เธอสืบดูว่าทั้งหมดมันเป็นของจริงหรือเปล่า เธอทำได้ใช่มั้ย

ไม่มีปัญหา แต่ชั้นขอถามหน่อยได้มั้ย ว่าทำไมเธอถึงสนใจยัยรินซี่อะไรเนี่ยจังเลย มีอะไรที่เธอยังไม่ได้บอกชั้นใช่มั้ย แพนซี่จ้องหน้าเพื่อนด้วยสายตารู้ทัน

มันยังไม่ถึงเวลา แพนซี่..........แล้วก็ชั้นจะไม่อยู่สักอาทิตย์นะ ถ้าเธอได้ข้อมูลอะไรโทรหาชั้น อ่ะนี่ โทรศัพท์มือถือ วิธีใช้ชั้นเขียนบอกไว้ให้หมดแล้ว ชายหนุ่มยื่นโทรศัพท์เคลื่อนที่เครื่องเล็ก ๆ ส่งให้ ซึ่งหญิงสาวก็รับมาด้วยความงงงวย เนื่องจากใช้ไม่เป็น

แล้วชั้นจะติดต่อเธอได้จากในสิ่งเล็ก ๆ นี่น่ะนะ เอ้า ลองดูก็ได้ ว่าแต่เธอจะไปไหนเหรอ

ชั้นต้องไปฮาวายที่นั่นมีปัญหานิดหน่อยน่ะ ชั้นต้องไปล่ะ พรุ่งนี้ต้องเดินทางแต่เช้า มัลฟอยลุกขึ้นเดินไปที่หน้าประตู โดยมีแพนซี่ตามมาส่ง หญิงสาวมองออกไปนอกประตูบ้านแล้วขมวดคิ้วอย่างสงสัย

เธอมายังไงน่ะ เดรโก ชั้นไม่เห็นรถเธอเลย

ชั้นมาด้วยไอ้นั่น แล้วชายหนุ่มก็ชี้ไปที่สิ่งผอม ๆ ยาว ๆ ที่วางพาดอยู่ที่เสาต้นแรกตรงตีนบันได

เชื่อเขาเลย นิมบัส มันเก่าขนาดนี้แล้วยังขี่มาถึงนี้ได้อีกนะ แพนซี่ส่ายหัวไปมากับความไม่รู้จักโตของชายหนุ่ม ชั้นสงสัยว่ามันจะพาเธอกลับไปถึงบ้านรึเปล่าเดรโก

ไม่ต้องห่วงแพนซี่ ถึงแน่นอน ชายหนุ่มพาดขาคร่อมไม้กวาดคู่ใจในอดีต และก่อนที่จะถีบตัวขึ้นสัมผัสอากาศเย็นบนท้องฟ้า เขาก็นึกอะไรขึ้นมาได้ อ้อ ถ้าเธอสงสัยวิธีการใช้โทรศัพท์นะ ไปถามวิสลี่ดูสิ รายนั้นใช้บ่อยจนชำนาญแล้ว พูดจบก็ถีบเท้าลอยปรู๊ดปร๊าดจากไป

แล้วทำไมต้องยุ่งกับอีตานั่นด้วยล่ะ ชั้นทำเองได้ย่ะ ถึงจะบ่นแต่หญิงสาวก็อมยิ้มเมื่อนึกไปถึงผู้ชายผมแดงท่าทางกวนประสาทคนนั้น...............

.............มัลฟอยนึกมาถึงตอนนี้ชายหนุ่มก็อดขำขึ้นมาไม่ได้ ก็หลังจากที่เขาลอยขึ้นมาจากบ้านพาร์กินสันแล้วนั้น แรก ๆ ไม้กวาดของเขาก็ยังแล่นไปด้วยดี จนกระทั่งใกล้จะถึงบ้านเขาอยู่แล้ว นิมบัสของเขาเกิดอาการกระตุกขึ้นมาซะเฉย ๆ แล้วหยุดบินขึ้นมาดื้อ ๆ ส่งผลให้เขาหล่นตุ๊บลงมาบนพื้นหญ้าที่ตีนเขาของคฤหาสน์มัลฟอย โชคดีที่เขาลอยอยู่เหนือพื้นดินแค่เมตรกว่า ๆ เท่านั้นไม่อย่างนั้นเขาคงได้ไปนอนที่เซนต์มังโกเป็นแน่ และเขาต้องใช้เวลาเดิน ๆ ปีน ๆ อยู่เกือบ 2 ชั่วโมงกว่าจะขึ้นมาถึงประตูรั้วได้ และต้องเดินอีกครึ่งชั่วโมงกว่าจะมาถึงประตูบ้าน กว่าจะได้นอนก็เกือบตีสอง นั่นเป็นสาเหตุที่ทำให้เขามารับรินซี่ช้ากว่าที่นัดกันไว้ เขาตกใจแค่ไหนเมื่อตื่นมาพบว่ามีเวลาไม่ถึงชั่วโมงในการอาบน้ำแต่งตัวและไปรับเพื่อนร่วมงาน แถมยังบวกอาการปวดเนื้อปวดตัวจากการตกไม้กวาดเมื่อคืนร่วมด้วยอีก ทำให้เขาไม่มีอารมณ์มาต่อล้อต่อเถียงกับหญิงสาวที่เปิดประตูมาฉอด ๆ ใส่หน้าทันที คิดมาถึงตรงนี้ชายหนุ่มก็ยิ่งขำกับท่าทางของหญิงสาวเมื่อเช้า

และเมื่อมัลฟอยเริ่มหัวเราะหึหึ เฮอร์ไมโอนี่ก็เริ่มมองตาขวาง ไม่สำนึกแล้วยังมาหัวเราะเยาะกันอีก อีตาบ้า อารมณ์ที่เริ่มเย็นกลับมาคุกรุ่นอีกแล้ว และในที่สุดก็ทนไม่ไหว

นี่คุณหัวเราะอะไรฮ่ะ มีอะไรน่าขำนักรึไง

ทำไมผมต้องบอกคุณล่ะ เรื่องที่มันอยู่ในใจมันก็สมควรจะอยู่ในใจต่อไป นอกจากว่าคุณอยากจะเข้ามาอยู่ในใจของผมด้วย นั่นก็อีกเรื่องหนึ่ง หึหึ มัลฟอยยังคงยิ้มกวน ๆ ต่อไปโดยมีหญิงสาวอีกคนนั่งกัดฟันอยากจะเอามือไปเขกกบาลกลม ๆ สักทีสองที ในที่สุดก็มาถึงสนามบิน หลังจากที่จัดการตามระเบียบขั้นตอนของสนามบินเรียบร้อยแล้วทั้งคู่ก็เข้ามานั่งอยู่ในห้องโถงผู้โดยสารขาออก (เรียกงี้ป่ะจำไม่ได้) ต่างคนต่างนั่งถึงแม้จะไม่ไกลกันนักแต่ก็ไม่สามารถคุยกันแบบธรรมดาได้ สักพักมัลฟอยก็ลุกขึ้นเดินออกไป โดยมีสายตาของเฮอร์ไมโอนี่ที่มองตามด้วยความสงสัย จนกระทั่งมัลฟอยไปหยุดยืนที่บู้ทกาแฟเล็ก ๆ ที่มาตั้งขายเพื่อให้ผู้โดยสารได้นั่งคุยพักผ่อนดื่มกินอาหารและของว่างระหว่างรอเครื่องออก

เชอะ ไม่ถามสักคำเป็นสุภาพบุรุษมาก ๆ เลยนะนายเนี่ย เฮอร์ไมโอนี่ค้อนวงใหญ่ไปถึงชายหนุ่มที่อยู่ไกล ๆ คนนั้น ก่อนจะกลับมาสนใจผู้คนรอบตัวและเริ่มหยิบหนังสือขึ้นมาอ่าน ระหว่างที่เพลิดเพลินกับการอ่านหนังสืออยู่นั้นแก้วกาแฟเย็นเล็ก ใบหนึ่งก็ยื่นมาตรงหน้าขวางระหว่างเธอกับหนังสือ ใกล้ขนาดที่ว่าหญิงสาวสัมผัสได้ถึงไอเย็นที่แผ่ออกมาจากแก้ว หญิงสาวรีบเงยหน้าขึ้นมองบุคคลที่ยืนอยู่ข้างกายเธอด้วยความประหลาดใจ

กาแฟเย็น โทษทีที่ไม่ถาม แต่คุณคงไม่ว่าหรอกใช่มั้ย หญิงสาวรับแก้วมาถืออย่างง ๆ กับท่าทีของชายหนุ่ม ซึ่งบางทีก็ดูอารมณ์ดีแต่สักพักก็กลับไปเงียบขรึมครุ่นคิดเดาใจลำบาก

หลังจากส่งแก้วให้กับหญิงสาวแล้วมัลฟอยก็เดินมานั่งฝั่งตรงกันข้ามและตอนนี้เขาก็เลือกที่จะอยู่ในโหมดครุ่นคิด เฮอร์ไมโอนี่เหลือบมองดูมัลฟอยเป็นระยะ ๆ ความอยากรู้อยากเห็นที่มีในตัวเสมอทำให้หญิงสาวไม่อาจตัดใจอ่านหนังสือต่อไปได้ เธออยากรู้ว่าอะไรทำให้เขาเป็นเช่นนี้ และตอนนี้ในสมองเขากำลังคิดอะไรอยู่ จะมีเรื่องของเธอที่เป็นอดีตของเขาบ้างหรือไม่ หรือจริงๆ แล้วเขาไม่ได้คิดอะไรเลยสักนิด

ในที่สุดเสียงประกาศจากเจ้าหน้าที่สาวเสียงหวานก็ประกาศเรียกให้ผู้โดยสารที่ต้องการไปฮาวายมาที่ประตูหมายเลข 65 เพื่อเดินทางเข้าสู่ตัวเครื่อง ทั้งมัลฟอยและเฮอร์ไมโอนี่เดินตามกันมาช้า ๆ จนกระทั่งเข้าไปในตัวเครื่องและตรงไปยังที่นั่งชั้นนักธุรกิจที่เอมมี่เลขาจองเอาไว้ให้ เฮอร์ไมโอนี่ได้ที่นั่งริมหน้าต่าง ถัดมาคือมัลฟอย หญิงสาวดูจะสนใจกับทุกสิ่งรอบตัวอย่างมาก เพราะถึงแม้เธอจะเคยเดินทางด้วยเครื่องบินอยู่บ่อยครั้ง แต่ไม่บ่อยนักที่เธอจะได้นั่งชั้นนักธุรกิจ หญิงสาวหยิบนู่นหยิบนี่มาดูให้วุ่นวายไปหมดจนมัลฟอยชักทนไม่ไหว

นี่แม่คุณ ใจคอจะรอให้เครื่องออกไม่ได้รึไงฮะ ทำยังกับไม่เคยขึ้นเครื่องบิน ได้ฟังดังนั้น หญิงสาวก็หันขวับมาทันที

ชั้นเคยขึ้น แล้วมันก็เรื่องของชั้นที่จะทำอะไรก็ได้ ถ้าคุณไม่ชอบคุณก็อย่ามองสิ

เชอะ...ถึงไม่อยากมองก็คงทำไม่ได้หรอก เล่นเสียงดังทำตัวยุกยิกขนาดนั้น มัลฟอยบ่นเบา ๆ แต่ไม่เกินกำลังความสามารถของเฮอร์ไมโอนี่ที่จะได้ยิน

นี่คุณจะชวนทะเลาะรึไงกัน อย่าดีกว่า คุณไม่มีทางชนะชั้นหรอก หญิงสาวเชิดหน้าอย่างท้าทาย ซึ่งทันทีที่เฮอร์ไมโอนี่กล่าวจบ เธอก็รู้ตัวว่าทำพลาดไป เพราะมัลฟอยเอี้ยวตัวมาทางฝั่งของเธอทันที เอามือมาวางพาดที่วางแขนอีกข้างที่อยู่ไกลตัว ทำแบบนี้ก็เท่ากับว่าตอนนี้หญิงสาวตกอยู่ในวงแขนของมัลฟอยไปโดยปริยาย ไม่มีทางหนีได้เลย

แน่ใจเหรอครับว่าผมไม่มีทางชนะคุณ คิดผิดคิดใหม่ได้นะรับคุณรินซี่ ชายหนุ่มจ้องตาหญิงสาวจนเธอต้องหลบสายตาคมกล้า มัลฟอยค่อย ๆ โน้มใบหน้าลงไปช้า ๆ ลมหายใจแผ่ว ๆ กระทบเหนือริมฝีปากหญิงสาว เฮอร์ไมโอนี่รู้สึกใจเต้นไม่เป็นจังหวะ อีกแค่นิดเดียวเท่านั้น.. แต่ก่อนที่ริมฝีปากของทั้งสองจะแตะกันนั้น เสียง ๆ หนึ่งก็ดังขึ้น

เอ่อ ขอโทษที่มาขัดจังหวะนะค่ะ แต่คุณผู้ชายต้องรัดเข็มขัดและนั่งพิงพนักเก้าอี้แล้วค่ะ เครื่องจะออกแล้ว

ทั้งสองผละออกจากกัน มองแอร์โฮสเตรสสาวที่ยืนทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้แต่ดวงตาระยิบระยับเหมือนล้อ ๆ คนทั้งคู่ เกิดริ้วแดง ๆ ขึ้นบนใบหน้าของมัลฟอย ชายหนุ่มเกาจมูกแก้ขวย ส่วนเฮอร์ไมโอนี่นั้นไม่ต้องบอกก็รู้ว่าหน้าแดงเป็นลูกตำลึงไปแล้ว ทั้งโกรธทั้งอาย

ก่อนที่แอร์สาวคนเดิมจะเดินจากไป ยังหันกลับมาบอกมัลฟอยอีกครั้งว่า

อ่อ..อย่าเพิ่งลุกหรือทำ.........อะไรระหว่างที่สัญญาณไฟยังไม่ดับนะค่ะ มันอันตราย พูดจบแอร์สาวก็ทิ้งให้ชายหนุ่มหญิงสาวทั้งสองนั่งประดักประเดิกกันต่อไป

*-*-*-*-*-*-*-*

ศิลปิน A Cappella Seven
เพลง คู่กัน

เอื้อเฟื้อเพลงโดยพี่อ้อม (จกมาจากบอร์ดไม่ว่ากันนะค่ะ)


edit @ 2005/08/15 07:47:24

Comment

Comment:

Tweet


รูปสวยค่ะ แล้วก็ ตอนนี้สนุกดี เอามาลงอีกนะคะ
#4 by BlUesE@-BlUesKy At 2005-08-15 10:50,
เพิ่งเคยวาด วาดได้แค่นี้ก็เก่งแล้วอ่ะ
#3 by ~นู๋ติ๊ก~ At 2005-08-15 09:10,
ย่อขนาดสักหน่อย ใหญ่ไปเดี๋ยวจะหลอนซะ
#2 by {[thelove]}..I DO cherish you.. At 2005-08-15 07:08,
:) แว่บมาอ่านซะหน่อยก่อนนอน

รูปวาดลายเส้นดูดีนะคับ แต่ทว่า สัดส่วนมันดูเพี้ยนๆไปนิดนึงนิ เช่นตรงใบหู กับตรงมืออ่ะคับ ส่วนทรงผมวาดและลงสีได้ดูดีมากเลยคับ
#1 by At 2005-08-15 01:36,