2005/Aug/06

เสร็จซะทีตอนใหม่ จะพยายามเร่งตอนต่อไป เพื่อคุณผู้อ่านที่รักนะจ๊ะ (และขี้เกียจอัพบล๊อคนั่นเอง แหะ ๆๆๆ)


ตอนที่ 11 ความสงสัยเริ่มก่อตัว

ระหว่างทางที่ทั้งสองคนนั่งรถเพื่อกลับไปทำงานต่อในภาคบ่ายนั้น ไม่มีใครพูดอะไรกันเลยสักคำเดียว ต่างปล่อยให้ความเงียบที่น่าอึดอัดครอบงำอบอวลอยู่ภายในรถ จนกระทั่งมัลฟอยเอ่ยทำลายความเงียบขึ้นมาถึงสิ่งที่ชายหนุ่มนึกสงสัยอยู่ในใจ

พวกคุณเคยรู้จักกันมาก่อนรึเปล่า

เฮอร์ไมโอนี่หรือรินซี่ซึ่งกำลังปล่อยความคิดเพลิน ๆ สะดุ้งเฮือก และหันไปมองมัลฟอยอย่างระแวงกับคำถามนั้น จึงยังไม่ตอบทันทีแต่เลี่ยงไปถามเขากลับ

เอ่อ คุณหมายความว่าไงค่ะ

ก็ดูท่าทางทั้งสองคนนั่นเหมือนเคยรู้จักคุณ หรืออาจจะเคยเห็นคุณมาก่อนนะสิ มัลฟอยขมวดคิ้วอย่างใช้ความคิด ส่วนรินซี่กลับถอนหายใจอย่างโล่งอกที่มัลฟอยไม่ได้รู้หรือสงสัยอะไรไปมากกว่านั้น

ชั้นไม่เคยรู้จักกับทั้งสองคนนั้นมาก่อนหรอกค่ะ แต่ก็เป็นไปได้ไม่ใช่หรือค่ะที่เราจะรู้สึกคุ้นเคยกับใครสักคนที่เราเพิ่งเคยเห็นหน้ากันครั้งแรก ระ...เอ่อ คุณวิสลี่กับคุณพอตเตอร์คงจะรู้สึกอย่างนั้น

งั้นเหรอ งั้นพวกนั้นก็คงรู้สึกเหมือนผม เพราะตอนผมเจอคุณครั้งแรกผมก็รู้สึกคุ้นเคยกับคุณอย่างประหลาดเหมือนกัน เหมือนชั้นได้เจอของสำคัญที่ชั้นทำหายไป ประโยคสุดท้ายมัลฟอยพูดเบา ๆ กับตัวเอง และแน่นอนว่าเฮอร์ไมโอนี่ไม่ได้ยิน มัลฟอยไม่ได้พูดอะไรขึ้นมาอีก ต่างคนต่างตกอยู่ในห้วงความคิดของตนเอง จนกระทั่งมาถึงที่ทำงานมัลฟอยอ้อมมาเปิดประตูรถให้เฮอร์ไมโอนี่ แต่ด้วยความเร่งรีบของเฮอร์ไมโอนี่หรือความซุ่มซ่ามก็ไม่อาจคาดเดา หญิงสาวก้าวขาลงจากรถได้ข้างหนึ่งและกำลังจะก้าวขาอีกข้างตามออกมา แต่รองเท้าส้นสูงเจ้ากรรมที่หญิงสาวสวมเกิดไปขัดกับขอบประตูด้านล่างทำให้เสียหลักผวาไปข้างหน้า มัลฟอยยืนอยู่ใกล้ ด้วยสัญชาตญาณจึงเอื้อมมือออกไปเพื่อจะคว้าตัวหญิงสาวไม่ให้ล้ม แต่อารามตกใจทำให้กะระยะผิดพลาดมือของชายหนุ่มจึงเลยตัวหญิงสาวไปส่งผลให้รินซี่หรือเฮอร์ไมโอนี่เข้ามาอยู่ในอ้อมแขนของมัลฟอยอย่างไม่ตั้งใจ ริมฝีปากบางของมัลฟอยกระทบกับกระหม่อมกกลมมนของเฮอร์ไมโอนี่พอดิบพอดี อ้อมแขนโอบกระชับแน่นรอบเอวบาง

ทั้งคู่ต่างหยุดนิ่งอยู่ในท่านั้นเป็นเวลาเกือบ 1 นาที หลังจากรินซี่หายจากความตกใจหญิงสาวจึงสำนึกขึ้นมาได้ว่าตนเองนั้นยังอยู่ในอ้อมแขนของมัลฟอย แถมริมฝีปากของเขายังประทับเบา ๆ อยู่ที่หน้าผาก ลมหายใจร้อน กระทบใบหน้าส่งผลให้หน้าของเธอกลายเป็นสีชมพูเข้มขึ้นมาทันที หญิงสาวตัวแข็งทื่อด้วยความตกใจ (และคิดถึงความรู้สึกเก่า ๆ)

ทางด้านมัลฟอยหลังจากป้องกันไม่ให้หญิงสาวต้องลงไปนอนคลุกฝุ่นที่พื้น จึงรู้ตัวว่าตนเองนั้นกำลังโอบเอวบางของร่างเล็กเอาไว้ในอ้อมแขน แถมยังจูบ (เรียกให้ถูกก็คือกระทบโดยไม่ตั้งใจ) หน้าผากหญิงสาวอยู่อีกด้วย ในความคิดแวบแรกคือถ้าหญิงสาวสามารถทรงตัวอยู่บนพื้นได้แล้วก็ควรปล่อยตัวเธอเสียที เธอจะได้ไม่หาว่าเขาฉวยโอกาส แต่ในส่วนลึกของหัวใจกลับสั่งเขาไม่ให้ปล่อยเธอไป และชายหนุ่มก็เชื่อจิตใต้สำนึกเสียด้วย (อาจจะเป็นเพราะความเจ้าชู้เล็ก ๆ ของตัวเองด้วยส่วนหนึ่ง) เขาจึงยังโอบคนตัวเล็กและยังประทับริมฝีปากไว้เหมือนเดิม จนรู้สึกว่าคนในอ้อมแขนเกิดอาการเกร็งตัวแข็งทื่อไปแล้ว ชายหนุ่มแอบหัวเราะในใจแต่ก็ยังนิ่งอยู่ รอดูว่าสาวจอมพยศคนนี้จะทำไงต่อไป

หอมแฮะ เหมือน............. ทันทีที่ความคิดนี้หลุดขึ้นสมอง ชายหนุ่มก็ชะงักนึกขึ้นมาได้ว่า ตอนที่เขาและเฮอร์ไมโอนี่ใกล้ชิดกันครั้งแรก (ยังจำกันได้มั้ยอ่ะ ตอนชนกันน่ะ) เขาก็ได้กลิ่นแบบนี้มาจากตัวเธอ มันไม่ใช่กลิ่นน้ำหอมเพราะเฮอร์ไมโอนี่ไม่ใช้น้ำหอม แต่เป็นกลิ่นที่มาจากผิวกายจริง ๆ เป็นไปไม่ได้ นี่มัน.............

แต่ก่อนที่มัลฟอยจะมีโอกาสได้คิดไปมากกว่านี้ ชายหนุ่มก็ถูกผลักโดยแรงจากหญิงสาวในอ้อมแขนจนเกือบจะล้มลงไปซะเอง รินซี่ยืนหน้าแดง กำหมัดแน่น ตัวสั่นเทิ้มไปด้วยความรู้สึกหลากหลาย ทั้งอาย ทั้งโกรธ และหวั่นไหว ใช่แล้ว ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานแค่ไหนหญิงสาวก็ยังไม่สามารถจะลืมอ้อมกอดนั้นได้เลย อ้อมกอดที่เคยสัมผัส อ้อมกอดที่คิดถึง

ทำบ้าอะไรของคุณน่ะ กว่าที่เธอจะรวบรวมสติกลับมาได้ก็กินเวลาพอสมควรจนมัลฟอยที่ถูกผลักกระเด็นกลับมายืนได้สง่างามเหมือนเดิมแล้ว

ผมทำอะไร

ก็....ก็..ทำแบบที่คุณทำเมื่อกี้นี้ไง

เมื่อกี้....อืม...ที่ผมช่วยคุณไม่ให้ล้มน่ะนะ มันบ้าตรงไหนกัน มัลฟอยรู้ดีว่าหญิงสาวพูดถึงเรื่องอะไร แต่การได้ยั่วเธอก็เป็นความสนุกเล็ก ๆ น้อย ๆ ผ่อนคลายจากการที่ต้องทำงานหนักเกือบทุกวัน

ไม่ใช่เรื่องนั้น นี่คุณอย่ามาแกล้งทำเป็นไม่รู้หน่อยเลย ชั้นรู้นะว่าคุณรู้ว่าชั้นกำลังพูดถึงเรื่องอะไร ตอนนี้เฮอร์ไมโอนี่เริ่มโมโหจริง ๆ แล้ว ก็มัลฟอยช่างยั่วยวนกวนประสาทได้อย่างร้ายกาจในเวลาที่เธอเองกลับอับอายเช่นนี้

อ๋อ เรื่องนั้นน่ะเหรอ ทำไมครับ หรือว่าคุณอยากจะ....อีกครั้ง ได้ จัดห้ายยย ไม่พูดเปล่าแต่มัลฟอยยังสืบเท้าเข้ามาหาพร้อมกับยื่นหน้ามาใกล้ ๆ จนหญิงสาวต้องถอยหลังออกไปสองสามก้าวจนสะดุดเท้าตัวเองเกือบหงายหลัง และเป็นโชคดีที่มัลฟอยอยู่ใกล้พอที่จะคว้าตัวหญิงสาวเอาไว้ไม่ให้ล้มก้นกระแทก แต่นั่นก็ทำให้เธอกลับเข้ามาอยู่ในอ้อมแขนของมัลฟอยอีกครั้งในท่าที่ฝ่ายหญิงกำลังกึ่ง ๆ หงายหลัง โดยมีมัลฟอยคว้าเอวเอาไว้และโน้มตัวลงมา คล้ายท่าตอนจบของการเต้นรำ ตาสบตากัน มัลฟอยค่อย ๆ ช้อนตัวหญิงสาวขึ้นมาและยังคงโอบเอวเธออยู่ ตายังคงสบกัน ความรู้สึกบางอย่างรุนแรงอยู่ภายในใจของชายหนุ่ม มัลฟอยค่อย ๆ โน้มหน้าลงมาช้า ๆ ก่อนจะประทับจูบแผ่วเบาที่หน้าผากเหมือนเป็นการหยั่งเชิง เมื่อเห็นหญิงสาวยังนิ่ง ริมฝีปากบางเฉียบก็ค่อย ๆ ไล่ลงมาที่เปลือกตา ทำให้หญิงสาวต้องหลับตาลง ก่อนจะไล้จมูกเบา ๆ มาที่แก้มขาวหอมกรุ่น แขนโอบกระชับแน่นขึ้น ลมหายใจร้อน ๆ ทาบลงมาเหนือริมฝีปากอวบอิ่ม แต่ก่อนที่ริมฝีปากจะสัมผัสกันนั้น รินซี่ก็เริ่มได้สติ หญิงสาวเบิกตาโพลงอย่างตกใจสะบัดตัวหลุดจากมัลฟอยได้อย่างง่ายดาย เนื่องจากมัลฟอยกำลังเผลอจึงไม่ทันระวังตัว หญิงสาวรีบถอยไปยืนให้ห่างจากมัลฟอยให้มากที่สุด

คุณมัน...มัน...พวกฉวยโอกาส พูดจบรินซี่หรือเฮอร์ไมโอนี่ (โอ๊ย ชักงงแฮะ เดี๋ยวเฮอร์เดี๋ยวริน) ก็เดินกระแทกเท้าเข้าไปในตัวอาคารอย่างรวดเร็วพร้อมเสียงบ่นพึมพำลอยมาตามสายลมฟังไม่ได้ศัพท์ มัลฟอยมองตามร่างของหญิงสาวด้วยความรู้สึกสับสน ชายหนุ่มไม่ได้เดินตามเธอไป แต่ใช้ความคิดอย่างหนักเกี่ยวกับความสงสัยที่เกิดขึ้นมาในใจ ยิ่งได้ใกล้ชิด ความรู้สึกยิ่งรุนแรง คุ้นเคย มีคนเพียงคนเดียวเท่านั้นที่ทำให้เขารู้สึกอย่างนั้นได้

รินซี่เธอเป็นใครกันแน่.....ชั้นจะต้องหาคำตอบนั้นให้ได้ มัลฟอยตัดสินใจอย่างเด็ดเดี่ยว ก่อนจะเดินตามเข้าไปในตัวอาคาร

ทางด้านเฮอร์ไมโอนี่หลังจากผละออกมาจากมัลฟอยแล้ว หญิงสาวเดินบ่นมาตลอดทางประมาณว่า หยุดนะ เฮอร์ไมโอนี่ อย่าไปหลงกับความรู้สึกที่ผู้ชายคนนั้นมอบให้อีก หรือไม่ก็ เขาทำกับเรายังไง จำไม่ได้เหรอ อะไรประมาณนี้ จนกระทั่งมาถึงห้องทำงานก็ยังหมกมุ่นกับความคิดของตัวเองจนลืมทักตอบเอมมี่ ปล่อยให้เธอมองตามอย่างงง ๆ กับท่าทีของหญิงสาวผู้มาถึง และมัลฟอยที่ออกไปพร้อมกันหายไปไหน สักพักใหญ่ กว่ามัลฟอยจะเดินตามเข้ามาด้วยสีหน้าครุ่นคิด และเดินเข้าห้องไปโดยไม่ได้ทักตอบเอมมี่เช่นเดียวกัน ทำเอาเอมมี่เกาหัวแกร๊ก ๆ งงกับท่าทางของทั้งสองคน

อะไรของเขาเนี่ย ชั้นว่าชั้นไม่ได้ใช้ผ้าคลุมล่องหนนะ เฮ้อ เซ็ง

มัลฟอยเดินเข้าไปในห้องหลังจากปิดประตูแล้วชายหนุ่มก็ยังไม่ได้เดินไปนั่งที่โต๊ะประจำในทันที แต่ยืนมองหญิงสาวที่นั่งทำงานอย่างขยันเป็นพิเศษอยู่ตรงมุมห้องแล้วคิดอะไรบางอย่าง ก่อนจะเดินไปนั่งที่นั่งของตัวเองโดยที่สายตาก็ยังจับจ้องอยู่ที่เธอ

ส่วนรินซี่ตั้งแต่ได้ยินเสียงประตูเปิดแล้ว หญิงสาวพยายามทำให้เหมือนตัวเองกำลังทำงานยุ่งวุ่นวายไปหมด เพื่อที่จะได้ไม่ต้องพูดคุยมองหน้าเขาหรือให้เขาไม่ต้องมายุ่งกับเธอ หญิงสาวแทบจะไม่เงยหน้าขึ้นมาจากกองเอกสารตรงหน้าเลย ทั้ง ๆ ที่ไม่มีอะไรให้ทำสักเท่าไหร่ เนื่องจากสิ่งที่ไอค์ทำเอาไว้นั้นเรียบร้อยดีอยู่แล้ว จะเหลือก็แต่รายงานที่เพิ่งส่งมาใหม่จากสาขาที่ฮาวายที่ยังไม่ได้ตรวจดูเท่านั้น

เออนี่ ผมขอเอกสารที่เพิ่งส่งมาจากฮาวายหน่อยได้มั้ย ผมอยากตรวจดูอะไรสักหน่อย รินซี่สะดุ้งแทบตกเก้าอี้เมื่อได้ยินเสียงมัลฟอย ก่อนจะหยิบเอกสารลุกเดินเอามาให้ชายหนุ่มที่โต๊ะ และหันหลังกลับทันที

ขอบคุณ เกรนเจอร์

หญิงสาวชะงักด้วยความตกใจ แววตาส่อความระแวง ก่อนจะหันกลับมามองชายหนุ่ม ถามเบา ๆ พยายามจับสังเกตใบหน้าของนายจ้าง

เมื่อกี้คุณเรียกชั้นว่าอะไรนะ

หืม อะไรนะ ผมก็เรียกคุณว่าอาวน์วาซไง นามสกุลของคุณไม่ใช่เหรอ หรือไม่ใช่ ประโยคสุดท้ายชายหนุ่มเน้นเสียงหนัก ซึ่งหญิงสาวไม่สามารถคาดเดาความหมายจากน้ำเสียงนั้นได้

แต่เมื่อกี้ ชั้นได้ยินคุณเรียกชั้นว่า............... เสียงของหญิงสาวเงียบไป

เรียกว่าอะไรเหรอครับ มัลฟอยจ้องหน้าหญิงสาวนิ่ง แต่รินซี่เลือกที่จะไม่พูดอะไรมากไปกว่านั้น เธอพยายามคิดว่ามัลฟอยอาจจะเผลอไปแค่นั้น ทั้ง ๆ ที่ในใจไม่ได้แน่ใจอย่างนั้นเลย

ไม่มีอะไรค่ะ ช่างมันเถอะ หญิงสาวกลับไปนั่งที่โต๊ะของตัวเอง และเหลือบมองชายหนุ่มที่นั่งตรวจดูเอกสารอย่างใช้ความคิด เขารู้อะไร เขาสงสัยอะไร หรือจริง ๆ แล้วไม่มีอะไรเลย โอ๊ย อะไรกันแน่นะ รินซี่จมอยู่กับความคิดของตัวเองจนไม่ได้ยินเสียงของมัลฟอยที่เรียกอยู่หลายทีจนชายหนุ่มต้องลุกเดินมาหยุดหน้าโต๊ะทำงาน และชะโงกตัวข้ามโต๊ะมาตรงหน้าหญิงสาว

เฮ้ คุณ ฟังผมหน่อยได้มั้ย รินซี่สะดุ้งกับเสียงของชายหนุ่มเงยหน้าขึ้นมา และก็ต้องตกใจเมื่อเห็นว่าหน้ามัลฟอยอยู่ใกล้เพียงใด ผุดลุกขึ้นยืนเก้ ๆ กัง ๆ จนมัลฟอยอดขำไม่ได้

นี่คุณผมไม่ใช่เซนทอร์นะ ไม่ต้องตกใจขนาดนั้นก็ได้

เอ่อ ขอโทษค่ะ ชั้นกำลังคิดอะไรเพลิน ๆ อยู่พอดี ว่าแต่คุณเรียกชั้นทำไมค่ะ หญิงสาวรู้สึกอายเล็ก ๆ ที่เผลอทำตัวให้ชายหนุ่มหัวเราะเอา

ครับ คือผมตรวจดูรายงานจากฮาวายแล้วรู้สึกว่าจะมีปัญหานิดหน่อย คงต้องลงไปดู ยังไงคุณเตรียมตัวไว้นะ อีกวันสองวันเราจะไปด้วยกัน

เรา....หมายถึง..........

หมายถึงคุณกับผม และถ้าคุณสงสัยว่าทำไมคุณต้องไปก็เพราะมันเป็นหน้าที่ในส่วนรับผิดชอบของคุณ.......เหมือนที่ไอค์เคยทำ ถ้าคุณทำไม่ได้ ก็ออกไปซะ ผมไม่ชอบทำงานกับคนไม่สู้งาน มัลฟอยจี้จุดอารมณ์ของรินซี่ได้เหมาะเหม็ง หญิงสาวเชิดหน้าขึ้นทันที แววตาไม่ยอมแพ้ กล่าวเสียงเรียบ

คุณพร้อมเมื่อไหร่ ชั้นก็พร้อมเมื่อนั้น

ก็ดี อีกสองวันเราจะไปกัน ทั้งคู่สบตากันแบบไม่มีใครยอมใครและท้าทายกันอยู่ในที

*-*-*-*-*-*-*-*

Comment

Comment:

Tweet


แหม่.. มันน่าติดตามจิงๆเลย จอร์จ"

หุหุ รอตอนต่อปายนะคับ

d (^_^) เยี่ยม!
#2 by At 2005-08-07 19:57,
ฮี่ๆๆๆ น่าสงสารสาวน้อยอารมณ์หวั่นไหว ชอบจังเลยค่ะ เอาอีกนะ อย่าปล่อยให้รอเก้อ อัพฟิควันละนิด จิตไม่ตกนะจ๊า
#1 by BlUesE@-BlUesKy At 2005-08-06 18:56,