2005/Jul/17

คือพอดีอยากจะขอให้ช่วยหน่อย อันนี้เป็นฟิคอีกตอนของฟิคสั้นเรื่องที่แล้ว

อยากจะขอให้ช่วยวิจารณ์หน่อยได้มั้ยว่ามันเป็นยังไง

เพราะว่าเพิ่งโดนด่าหรือเข้ามาป่วนก็ไม่รู้ว่ารับไม่ได้ที่แฮรี่จะคู่กับแพนซี่และก็แต่งไม่ได้เรื่อง เลยอยากจะรู้ว่ามันเป็นอย่างนั้นจริง ๆ หรือเปล่า หรือว่ามีตรงไหนที่ควรแก้ไขปรับปรุง อยากได้ความรู้สึกจริง ๆ น่ะนะ เพราะคนแต่งเองมักจะไม่ค่อยรู้หรอกว่ามันดีไม่ดี ไม่ต้องเกรงใจหรืออะไรหรอก ถือว่าช่วยกันหน่อย เพราะมันอาจจะส่งผลถึงวิถีชีวิตของเราก็ได้

คงไม่ได้ขอร้องมากหรือยากเกินไปนะ ช่วยหน่อยนะ


แพนซี่ + แฮรี่

ชีวิตของชั้นที่ผ่านมาไม่เคยได้ทำอะไรตามความต้องการของตัวเองเลย สายเลือดบริสุทธิ์ที่มันไหลเวียนอยู่ในตัวชั้นมันคอยกำหนดเส้นทางชีวิตที่ชั้นต้องเดิน ต้องทำ ต้องเป็น ตลอดเวลาตั้งแต่เด็ก ๆ มาแล้ว ชั้นไม่เคยมีโอกาสได้เล่นสนุก ๆ เหมือนเด็ก ๆ คนอื่น ๆ ชั้นได้แต่แอบมองเด็กมักเกิ้ลที่อยู่เลยคฤหาสน์ของตระกูลพาร์กินสันไปเล่นกันอย่างสนุกสนาน แต่ชีวิตในวัยเด็กของชั้นก็ใช่ว่าจะเลวร้ายไปซะหมด ชั้นยังพอจะมีอิสระที่จะคิดฝันอยู่บ้าง ในเวลากลางคืนในขณะที่ทุกคนในบ้านหลับกันหมดแล้ว นั่นจะเป็นเวลาที่สมองและความคิดของชั้นจะได้ล่องลอยออกไปไกลตราบเท่าที่ชั้นต้องการ และมันคือเวลาที่มีความสุขที่สุดในชีวิตของชั้น

แต่ยิ่งโตขึ้น ทุกสิ่งทุกอย่างยิ่งเลวร้ายลง ชั้นถูกกดดันอย่างหนักจากพ่อของชั้น อย่างแรกคือ ตอนที่ชั้นได้รับเลือกให้เข้าเรียนในโรงเรียนเวทมนตร์ชื่อดัง ตอนแรกที่ได้รับจดหมาย ชั้นดีใจมากเพราะนั่นอาจจะทำให้ชั้นได้อยู่ไกลจากบ้านหลังนี้บ้าง แต่แล้วพ่อก็มาทำลายความสุขเล็ก ๆ ที่เกิดขึ้นในใจของชั้น โดยการบอกว่า ถ้าชั้นถูกเลือกให้ไปอยู่บ้านอื่น นอกจากสริธีรีนแล้วล่ะก้อ ชั้นจะถูกส่งกลับมาอยู่บ้านทันที ชั้นไม่มีทางเลือกแล้ว ชั้นไม่อยากถูกกักขังอยู่ที่นี่ตลอดเวลา บ้านไหนก็ได้ชั้นไม่เกี่ยง ตอนนั้นชั้นคิดแค่นั้นเอง

ในวันที่จะต้องออกเดินทางไปโรงเรียนด้วนรถไฟนั้น มันเป็นความตื่นเต้นที่สุดในชีวิตของชั้น เพราะนี่เป็นครั้งแรกที่ชั้นจะได้ไปจากบ้านนี้ซะที ไปให้ไกลจากพ่อ ชั้นเที่ยววิ่งไปตามทางเดินบนรถไฟหลายต่อหลายรอบ วิ่งกลับไปกลับมา ก็ไม่รู้หรอกว่าวิ่งทำไม มันคงจะเป็นการแสดงถึงความมีอิสระในชีวิตที่เพิ่งได้รับเป็นครั้งแรกละมั้ง ชั้นวิ่งไปเรื่อย ๆ จนกระทั่งไปชนกับเด็กผู้ชายคนหนึ่งเข้าโดยไม่ตั้งใจจนเขาล้มลง ชั้นร้องอย่างตกใจก่อนจะรีบยื่นมือออกไปเพื่อจะช่วยฉุดเขาขึ้นมา เขาเป็นเด็กผู้ชายผอม ๆ ผมสีดำของเขายุ่งเหยิงตลอดเวลา ใส่แว่นตาหัก ๆ และเสื้อผ้าใหญ่เกินตัว แต่ที่สะดุดตาของชั้นมากที่สุด คือ ดวงตาสีเขียวมรกตสดใสคู่นั้น ที่เอาแต่จ้องมองชั้นตลอดเวลา ชั้นเริ่มอึดอัดกับสายตาคู่นั้น ต้องทำอะไรสักอย่าง

เอ่อ ขอโทษนะ ชั้นกำลังรีบน่ะ เธอไม่เป็นไรใช่มั้ย

ชั้นยิ้มให้เขาด้วยอย่างสำนึกผิด เมื่อเห็นเขาพยักหน้าว่าไม่เป็นไรแล้ว และไม่มีทีท่าจะพูดอะไร ชั้นจึงจากมาพร้อมกับยิ้มอีกครั้งเป็นเชิงขอโทษอีกที ชั้นรู้สึกถูกชะตากับเด็กผู้ชายคนนั้นอย่างประหลาด เป็นความรู้สึกเล็ก ๆ ที่เกิดขึ้น แต่ชั้นเองไม่ค่อยได้ใส่ใจเท่าที่ควร เพราะความอิสระที่ได้รับมันมากมายกว่า

แต่ยิ่งใกล้จะถึงโรงเรียนมากขึ้นเท่าไหร่ ความกังวลมันเข้ามาแทนที่ ชะตากรรมของชั้นจะเป็นยังไงต่อไปก็ขึ้นอยู่หลังจากนี้ ตลอดเวลาที่เดินเข้ามาในห้องโถง ความสวยงามตระการตาของฮอกวอสต์ยังไม่สามารถกลบความกังวลในใจชั้นออกไปได้เลย ระหว่างที่รอเรียกชื่อเพื่อจะสวมหมวกเลือกบ้าน ชั้นก็ได้เห็นเด็กผู้ชายคนนั้นอีกครั้ง เอ ศาสตราจารย์เรียกเขาว่าอะไรนะ แฮรี่ พอตเตอร์เหรอ งั้นเขาก็เป็นคนที่พ่อพูดถึงน่ะสิ

พ่อได้ข่าวมาว่าปีนี้ แฮรี่ พอตเตอร์ จะเข้ามาเรียนที่ฮอกวอตส์ จำไว้แพนซี่อย่าไปยุ่งเกี่ยวกับมันเป็นอันขาด

จำได้ว่าชั้นถามพ่อออกไปทันที ทำไมล่ะพ่อ เค้าเป็นคนที่ใคร ๆ พูดถึงกันไม่ใช่หรอ แสดงว่าเค้าต้องเก่งมากใช่มั้ย

ไม่ใช่ มันก็แค่เด็กยังไม่สิ้นกลิ่นน้ำนมคนหนึ่ง ไม่ต้องถามมากทำตามที่พ่อสั่ง เข้าใจมั้ย

หลังจากนั้นชั้นก็ไม่กล้าถามอะไรพ่ออีกเลย ชั้นได้แต่นึกเสียดายและเสียใจที่คนที่ชั้นถูกชะตาตั้งแต่แรกเจอ กลับเป็นบุคคลต้องห้ามสำหรับชั้น แต่ชั้นก็มีเวลาเสียใจแค่ไม่นาน เพราะมันถึงคราวของชั้นที่จะต้องถูกเลือกบ้างแล้ว ชั้นค่อย ๆ ก้าวไปอย่างช้า ๆ ตรงแท่นที่มีหมวกเก่า ๆ ใบหนึ่งวางอยู่ และหยิบมาวางบนหัว ชั้นได้ยินเสียงเล็ก ๆ ดังขึ้นภายในหัวของตัวเอง มันถามว่าชั้นต้องการจะอยู่บ้านอะไร เพราะมันไม่สามารถตัดสินใจได้ว่าควรจะส่งชั้นไปบ้านไหนดี คงจะเดากันถูกใช่ไหมว่าชั้นตัดสินใจบอกมันว่าไง

ชั้นเลือกสริธีรีน

เธอแน่ใจนะ ที่นั่นอาจจะทำลายเธอได้นะ หมวกบอกกับชั้นแบบนั้น

ชั้นไม่มีทางเลือก ชั้นต้องอยู่ที่นั่นเท่านั้น ขอร้องล่ะ ในที่สุดมันก็ตะโกนออกมาว่า สริธีรีน และนั่นคือจุดเปลี่ยนในชีวิตของชั้น ชื่อพอตเตอร์กลายเป็นชื่อต้องห้ามภายในบ้านหลังนี้ เรื่องที่ชั้นรู้สึกถูกชะตากับพอตเตอร์ต้องเก็บเป็นความลับภายในจิตใจคนเดียวเท่านั้น จะให้ใครรู้ไม่ได้เป็นอันขาดถ้าชั้นยังอยากจะอยู่ที่นี่ในบ้านหลังนี้อย่างมีสงบสุข

ชั้นต้องเปลี่ยนตัวเองหลาย ๆ อย่างเริ่มจากต้องทิ้งคำขอโทษไปจากริมฝีปาก ไม่ว่าจะทำผิดหรือไม่ก็ตาม และต้องเปลี่ยนเป็นริมฝีปากที่พร้อมจะเยาะเย้ยคนทุกคนที่หลงเดินผ่านเข้ามาในวิถีทางของชั้น รอยยิ้มจริงใจแววตาอ่อนโยนที่เคยมีเสมอ ต้องเปลี่ยนเป็นรอยยิ้มแสแสร้ง ท่าทางอ่อนหวานมีน้ำใจก็กลายเป็นชิงชังน่ารังเกียจ จนชั้นชักไม่แน่ใจแล้วว่าอย่างไหนคือตัวตนที่แท้จริงของชั้นกันแน่

ชั้นใช้ชีวิตไปวัน ๆ อย่างนี้กับการจับกลุ่มถากถางคนอื่น โดยเฉพาะพวกกริฟฟินดอร์ บางทีชั้นเองก็รู้สึกเสียใจที่ต้องพูดจาแรง ๆ แบบนั้นกับพอตเตอร์ ชั้นไม่เคยลืมเหตุการณ์สั้น ๆ บนรถไฟได้เลย มันเป็นสิ่งดี ๆ สิ่งเดียวที่เกิดขึ้นในช่วงชีวิตของชั้นที่ผ่านมา แต่ชั้นคิดว่าเขาเองคงจะลืมไปแล้ว

และวันหนึ่งพ่อได้เข้ามากดดันชั้นอีกครั้ง เพราะว่าในตอนนี้อำนาจที่ท่านเคยมีกำลังสั่นคลอน ท่านต้องการให้สายเลือดบริสุทธิ์อย่างเรารวมตัวกันเอาไว้ ท่านสั่งให้ชั้นหาทางทำให้เดรโก มัลฟอย ลูกชายเพื่อนพ่อ และเป็นเพื่อนร่วมบ้านของชั้นมาเป็นแฟนให้ได้ ไม่ว่าจะต้องใช่วิธีไหนก็ตาม และก็เหมือนทุก ๆ ครั้ง ชั้นต้องทำตามที่พ่อต้องการ ไม่ว่ามันจะฝืนใจสักแค่ไหนก็ตาม ชั้นพยายามเอาตัวเองเข้าไปพัวพันกับเขาให้มากที่สุด แต่มันไม่ช่วยอะไรเลย ซ้ำยังทำให้เขารำคาญอีกด้วย แต่ชั้นก็ถอยไม่ได้ และโดยที่ไม่ทันจะรู้ตัวชั้นก็รักเขาเข้าเต็มหัวใจ รักผู้ชายอวดดีคนนั้น รัก..ทั้ง ๆ ที่เขามีแต่ความเย็นชาให้ตลอดเวลา ความรักมันช่างเล่นตลกกับคนเราได้อย่างเจ็บแสบ ตอนนี้สิ่งที่เคยฝืนใจทำ กลับเป็นสิ่งที่ชั้นเต็มใจที่จะทำ ชั้นยินดีทำทุกอย่างเพียงเพื่อให้เขาหันมามองหรือสนใจชั้นบ้าง แต่ก็ไม่เคยเลยที่เขาจะสนใจ

เดรโก วันศุกร์ไปเที่ยวฮอกมีสกับชั้นนะ น้า..เดรโกน้า ชั้นพยายามดัดเสียงสูง ๆ เพื่อให้เขาสนใจและคิดว่ามันคงจะดูมีเสน่ห์ แต่มันไม่ใช่

ไปให้พ้นแพนซี่ อย่ามายุ่งกับชั้น

เขาไม่สนใจชั้นสักนิด แถมยังไล่ชั้นอย่างไม่สนใจไยดีว่าใครจะมองยังไง น้ำตาชั้นมันกำลังเออขึ้นมาเต็มสองตา แต่ชั้นไม่สามารถร้องไห้ออกมาตอนนี้ได้ ชั้นไม่อยากให้ใครเห็น โดยเฉพาะพอตเตอร์ ก็ไม่รู้ว่าทำไม แค่ไม่อยากให้เขาสมเพชชั้น เพราะถ้าเป็นอย่างนั้นมันคงจะทำให้ชั้นยิ่งรู้สึกแย่มากไปกว่านี้ ชั้นรีบวิ่งออกไปข้างนอกเพื่อจะสงบสติอารมณ์ข้าง ๆ ปราสาท สักพักชั้นก็เห็นคน ๆ หนึ่งเดินออกมานอกปราสาท สายตาสอดส่ายเหมือนหาอะไรสักอย่าง และวิ่งวุ่นไปทั่ว ชั้นไม่อยากคิดเข้าข้างตัวเองว่าเขาอาจจะมาหาชั้น มันคงจะเป็นไปไม่ได้ ชั้นหันหลังเดินตรงไปที่ป่าต้องห้าม แต่ยิ่งเดินลึกเข้าไปก็ยิ่งแน่ชัดในใจว่าคน ๆ นั้นออกมาตามหาชั้นจริง ๆ ชั้นรีบเร่งฝีเท้าเพื่อหวังจะหลุดพ้นจากเขา