2005/Jul/15

แฮรี่ + แพนซี่

นับตั้งแต่วันที่ผมได้กลายเป็นผู้มีชื่อเสียงที่สุดในโลกแปลก ๆ ของเรา มันก็ผ่านมาเกือบ 7 ปีแล้วสินะ ผม แฮรี่ พอตเตอร์ หรือที่ใคร ๆ มักจะพูดถึงผมในทำนองที่ว่า เป็นเด็กชายผู้รอดชีวิต เด็กชายที่เกิดมาพร้อมกับความสามารถในการต่อกรกับจอมมารร้ายที่น่ากลัวที่สุดในยุคนั้น ขนาดที่ว่าคนเก่งกาจแค่ไหน ก็พ่ายแพ้แก่มันได้อย่างง่ายดาย แต่ในท้ายที่สุดมันก็ต้องมาพ่ายแพ้ให้กับเด็กชายตัวเล็ก ๆ คนหนึ่งอย่างผม ผมเองก็จำไม่ค่อยได้หรอกว่ามันเกิดอะไรขึ้น ก็ผมยังเป็นเด็กตัวเล็ก ๆ อยู่เลยนี่นา แต่เหตุการณ์ในครั้งนั้นมันก็ทำให้ผมต้องสูญเสียครอบครัวของผมไป และต้องย้ายมาอยู่กับป้า ซึ่งเป็นพี่สาวแท้ ๆ ของแม่ผม แต่เธอเกลียดแม่ผม และโลกที่ครอบครัวผมอาศัยอยู่ เธอว่าผมและพวกของผมเป็นพวกประหลาดที่สุดและไม่น่ามีอยู่บนโลกใบนี้ แต่ถึงยังไงเธอก็ต้องรับผมมาอยู่ด้วยอยู่ดี ถึงมันจะเป็นไปแบบไม่เต็มใจก็ตาม

แต่ใครจะเชื่อ เด็กธรรมดาอย่างน้อยก็เคยธรรมดาที่ต้องเติบโตมาในครอบครัวที่นับได้ว่าแย่ที่สุดในลอนดอน หรืออาจแย่ที่สุดในโลก จะได้รู้เรื่องราวของตัวเองที่มันประหลาดพิสดารยิ่งกว่าใครจะคาดเดาได้ เมื่อในวันหนึ่งผมได้รู้ตัวว่าผมเป็นพ่อมด นับจากนั้นชีวิตของผมก็เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง จากเด็กที่มักจะถูกลืมให้อยู่แต่ในห้องใต้บันได กลับกลายเป็นผู้มีชื่อเสียงมากที่สุด ผมสามารถซื้อทุกสิ่งที่ผมต้องการได้จากเงินที่พ่อแม่ผมเก็บเอาไว้ให้ ผมมีเพื่อนรักสองคนที่พร้อมจะเผชิญหน้ากับอันตรายไปพร้อม ๆ กัน ผมมีคนที่รักผมแม้ว่าบางทีอาจจะรักเพราะผมมีชื่อเสียง แต่เธอเหล่านั้นก็รักผม ผมมีแฮกริด คุณและคุณนายวิสลี่เป็นเสมือนครอบครัว

แต่มีสิ่งหนึ่งที่ผมต้องการมากที่สุด แต่กลับเป็นสิ่งเดียวที่ผมไม่สามารถไขว่คว้ามาไว้ในมือได้ นั่นคือ ผู้หญิงคนเดียวที่ผมรัก ผมกลับไม่สามารถทำให้เธอรักผมได้ ทุกครั้งที่เจอ เธอมักจะมีแต่คำถากถางให้กับผมและเพื่อนรักของผมเสมอ ทำไมนะเธอคนที่เคยน่ารัก สดใสคนนั้นหายไปไหนแล้ว ผมยังจำได้ดีถึงครั้งแรกที่เราพบกัน และทำให้ผมไม่สามารถถอนสายตาไปจากเธอได้อีกต่อไป

ตอนนั้นเป็นปีแรกที่ผมได้เข้ามาเรียนที่ฮอกวอตส์ ระหว่างที่อยู่บนรถไฟและกำลังหามองหาที่นั่งที่ว่าง ๆ อยู่นั้น จู่ ๆ ก็มีคน ๆ หนึ่งวิ่งมาตามทางเดินอย่างรวดเร้วและชนผมเข้าอย่างจังจนผมล้มก้นจ้ำเบ้าลงกับพื้นรถไฟ คน ๆ นั้นร้องอย่างตกใจก่อนจะยื่นมือมาเพื่อจะฉุดผมขึ้น เธอคนนั้นเป็นเด็กหญิงผมดำขลับ หน้าตาจิ้มลิ้ม ไม่สวยมาก แต่มีรอยยิ้มที่มีเสน่ห์ ที่กำลังยิ้มให้ผมอย่างคนสำนึกผิด รอยยิ้มที่ทำให้ผมลืมทุกสิ่งทุกอย่าง ลืมความตื่นเต้นที่จะได้พบเพื่อนใหม่ ลืมความเหงาโดดเดี่ยวที่ต้องจากไปอยู่ไกล ๆ ลืมแม้แต่จะกล่าวขอบคุณเธอที่ช่วยฉุดผมขึ้นมา ผมเอาแต่จ้องหน้าเธอ จนเธอเริ่มอึดอัด

เอ่อ ขอโทษนะ ชั้นกำลังรีบน่ะ เธอไม่เป็นไรใช่มั้ย เธอเป็นฝ่ายพูดขึ้นก่อน น้ำเสียงของเธอแผ่วเบาอ่อนหวาน และสิ่งบ้า ๆ ที่ผมทำ คือ พยักหน้าเท่านั้นเอง ผมน่าจะพูดอะไรสักอย่าง แต่ก็ไม่มีคำใดหลุดรอดออกไปจากปากของผมเลยสักคำเดียว เธอยิ้มให้ผมอีกครั้งก่อนจะรีบวิ่งจากไป ทิ้งให้ผมถูกตรึงอยู่กับที่มองตามร่างเธอที่วิ่งไปตามทางเดินจนลับสายตาไป

หลังจากนั้นผมก็ได้รู้จักกับรอน วิสลี่ เขาเป็นคนตลกมาก เป็นเพื่อนคนแรกในชีวิตผม และก็เฮอร์ไมโอนี่ เกรนเจอร์ เด็กสาวผู้เย่อหยิ่ง เก่งกาจ แต่มีน้ำใจ ทั้งสองกลายเป็นเพื่อนรักของผมในเวลาต่อมา ในที่สุดผมก็มาถึงสถานที่ที่ผมจะต้องมาชีวิตอยู่ถึง 7 ปี ฮอกวอตส์ โรงเรียนที่มีชื่อเสียงและเก่าแก่ที่สุดในโลกพ่อมด ขณะที่พวกเราเด็กปี 1 กำลังรอการเรียกชื่อเพื่อรับการคัดสรรค์เข้าประจำบ้าน สายตาของผมก็สอดส่ายมองหาเด็กผู้หญิงคนนั้น นั่นไง ผมเจอแล้ว เธออยู่ข้างหลังถัดจากผมไปสองแถว ท่าทางเธอดูตื่นกลัว แต่ประกายตาเธอก็ยังสดใส ผมเอาแต่จ้องมองเธอจนไม่ได้ยินเสียงเรียกชื่อตัวเอง

พอตเตอร์ แฮรี่ พอตเตอร์ ออกมาข้างหน้าด้วย ผมสะดุ้งเล็กน้อยก่อนก้าวออกมาช้า ๆ ห้องโถงเงียบกริบ สายตาทุกคู่จับจ้องอยู่ที่ผม ผมอยากจะหายตัวไปซะจริง ๆ หลังจากใช้เวลาอยู่นานในที่สุดผมก็ถูกส่งไปอยู่กริฟฟินดอร์กับรอนและเฮอร์ไมโอนี่ หลาย ๆ คนเข้ามาแสดงความยินดีกับผม แต่ผมกำลังให้ความสนใจกับเด็กคนนั้น อยากจะรู้ว่าเธอชื่ออะไร และจะอยู่บ้านไหน ในที่สุดก็มาถึงเธอ

พาร์กินสัน, แพนซี่ เด็กผู้หญิงคนนั้นก้าวออกมาหยิบหมวกมาสวม ผมแอบลุ้นอยู่ในใจกริฟฟินดอร์ ขอให้เธออยู่กริฟฟินดอร์ แต่...คำขอของผมไม่สมหวัง แถมยังพังยับเยิน เมื่อรู้ว่าเธอถูกส่งไปอยู่บ้านอะไร

สริธีรีน หมวกร้องออกมาในที่สุด นับแต่นั้นเส้นทางชีวิตของผมกับเธอก็เหมือนจะกลายเป็นเส้นขนาน ผมเคยสงสัยอยู่บ้างว่าเธอยังจำเหตุการณ์สั้น ๆ บนรถไฟได้บ้างไหม หรือว่าเป็นผมคนเดียวที่จดจำมัน รอยยิ้มสดใสของเธอบัดนี้มันเต็มไปด้วยความแสแสร้ง ประจบประแจง น้ำเสียงที่เคยอ่อนหวานนุ่มนวลบัดนี้กลับถูกดัดให้แหลมสูงเต็มไปด้วยจริต อะไรทำให้เธอเปลี่ยนไปได้ขนาดนี้ แต่ต่อให้เธอเปลี่ยนไปแค่ไหน สายตาที่ผมเคยจับจ้องมองเธอ มันก็ยังไม่หันเหไปทางไหน และได้แต่หวังว่าสักวันเธอจะค้นพบสิ่งที่เธอมองหาและกลับมาเป็นตัวเองสักที

เดรโก วันศุกร์ไปเที่ยวฮอกมีสกับชั้นนะ น้า..เดรโกน้า นั่นไงเสียงของเธอ ฟังแล้วปวดกระโหลกชะมัด ทำไมต้องดัดเสียงขนาดนั้นด้วย แถมยังไปออดอ้อนเจ้าจอมวางมาดนั่นอีก เธอไม่น่าไปชอบคนอย่างหมอนั่นเลย เธอตามตื้อไอ้หมอนั่นตลอดเวลา แต่มันก็ไม่สนใจไยดีเธอสักนิด ในขณะที่ผมคนที่แคร์เธอได้แต่มองอย่างเจ็บปวดหัวใจ

ไปให้พ้นแพนซี่ อย่ามายุ่งกับชั้น เจ้าบ้ามัลฟอยมันสะบัดเธอออกไปอย่างไม่ใยดี ทิ้งให้เธอยืนน้ำตาคลอ ไอ้บ้านั่นทำเธอเสียน้ำตาอีกแล้ว ถ้าเป็นผม เธอจะไม่มีวันเสียน้ำตาแน่นอน ผมจะทะนุถนอมเธออย่างดีที่สุด แต่เวลานี้ผมทำได้แค่เพียงมองเธอวิ่งจากไปพร้อมกับน้ำตานองหน้า ผมควรทำไงดี

แฮรี่ นายเป็นอะไร บอกพวกเราได้นะ เฮอร์ไมโอนี่ถามอย่างเป็นห่วง หลังจากสังเกตเห็นท่าทางของผม

ไม่มีอะไรหรอกน่า อย่าสนใจเลย จะให้ผมบอกได้ยังไงว่าผมเป็นห่วงแพนซี่ ก็เฮอร์ไมโอนี่กับแพนซี่ไม่ค่อยถูกกันนี่นา

นายไม่อยากบอกมากกว่า แต่เอาเถอะคนเราก็ต้องมีเรื่องที่อยากปิดเหมือนกันนั่นแหละ แต่ชั้นจะแนะนำกว้าง ๆ ล่ะกัน ใจนายว่าไง นายก็ทำตามนั้นแหละ อย่ามัวแต่คิดถึงคนอื่นนักเลย สมแล้วที่เป็นเพื่อนรักของผม เธอมักเข้าใจความรู้สึกของผมเสมอ

ขอบใจเฮอร์ไมโอนี่ ผมว่าแล้วลุกออกไปทันที รอนที่เพิ่งโงหัวออกมาจากจานข้าวได้ มองอย่างสงสัยที่แฮรี่อยู่ ๆ ก็หายไป

แฮรี่ไปไหน เฮอร์ไมโอนี่

นายลองหาดูในจานนายสิ บางทีแฮรี่อาจจะเดินเล่นอยู่ในนั้นก็ได้ เฮอร์ไมโอนี่อดไม่ได้ที่จะประชดรอน ก่อนจะลุกแล้วเดินหายไปอีกคน

อะไรหว่า แล้วรอนก็ละจากความสนใจทั้งปวงมาอยู่ที่อาหารตรงหน้าต่อไป

หลังจากฟังคำแนะนำจากเฮอร์ไมโอนี่แล้ว ผมเที่ยวออกตามหาเธอทุก ๆ แห่ง ตามห้องเรียนเก่า ๆ โรงเก็บนกฮูก กระท่อมแฮกริด ริมทะเลสาบ แต่ก็ไม่พบเธอเลย จนกระทั่งผมถอดใจว่าจะเดินกลับเข้าไปในปราสาทอยู่แล้วเชียว แต่สายตาดันเหลือบไปเห็นอะไรสีดำ ๆ แวบไปทางซ้ายมือ ด้วยสัญชาติญาณของกริฟฟินดอร์จึงทำให้ผมตามไป สิ่งนั้นหายไปทางป่าต้องห้าม ผ้าคลุมสีดำสะบัดปลายอยู่ไกล ๆ และหายไปจากสายตา แต่ผมก็ยังตามไปไม่ลดละ

ในที่สุด ผมก็มาถึงลานดินโล่ง ๆ แห่งหนึ่ง สุดลานดินนั้นเป็นหน้าผาค่อนข้างชันทอดตัวลึกเข้าไปในใจกลางป่า ผมไม่เคยเห็นมาก่อนว่ามีที่แบบนี้ด้วย ที่ริมผาปรากฏร่างของบุคคลที่ผมตามหาอยู่ที่นั่น กำลังยืนเหม่อมองไปไกลยังท้องฟ้าเบื้องบน ผมเดินไปยืนข้าง ๆ เธอโดยทิ้งระยะห่างพอควร ผมมองเห็นใบหน้าด้านข้างของเธอ ใบหน้านั้นเป็นใบหน้าที่ผมคุ้นเคยเมื่อ 6 ปีที่แล้ว ใบหน้าที่อ่อนโยน

นายตามชั้นมาทำไม พอตเตอร์ จู่ ๆ ใบหน้าที่แสนจะอ่อนโยนก็เปลี่ยนไปราวกับสวมหน้ากาก มันถูกแต่งแต้มด้วยรอยยิ้มที่พร้อมจะยิ้มเยาะคนทั้งโลก และแววตาที่ดูจะเกลียดชังคนทุกคน เธอจ้องมองผมด้วยสายตาเหยียดหยามอย่างที่เคยมีให้เป็นประจำ นี่ไม่ใช่ตัวตนที่แท้จริงของเธอแน่นอน ผมจะต้องดึงเธอกลับมาให้ได้

ชั้นเห็นเธอร้องไห้ เลยตามมาดู ผมเริ่มต้นด้วยสิ่งที่ผมเป็นห่วง แต่เธอกลับเข้าใจไปอีกทาง

จะมาเยาะเย้ยกันใช่มั้ย สมใจแล้วสิ อุตส่าห์เสนอตัวให้เค้า แต่กลับถูกปฏิเสธ สมน้ำหน้าตัวเองนัก เธอยิ้มเยาะแบบนั้นอีกแล้ว รอยยิ้มที่ผมไม่ชอบเลย เธอกำลังเข้าใจผมผิด

ไม่ใช่อย่างที่เธอคิดนะ ชั้นแค่เป็นห่วงเธอเท่านั้นเอง จริง ๆ นะ ผมรีบบอกด้วยกลัวเธอจะหุนหันจากไป

อย่ามาพูดให้ขำหน่อยเลย พอตเตอร์ นายเนี่ยนะห่วงชั้น ให้โทรล์อ่านหนังสือออกยังง่ายกว่าเลย เธอไม่เชื่อผมสักนิดว่าสิ่งที่ผมพูดเป็นความจริง จนผมเริ่มโมโหมั่งแล้ว

แล้วทำไมชั้นจะห่วงเธอไม่ได้ มีกฎข้อไหนห้ามเอาไว้เหรอ

นายเป็นกริฟฟินดอร์ พอตเตอร์ ไม่ต้องมีกฎเป็นลายลักษณ์อักษรก็เข้าใจกันได้เอง แค่นั้นเองเหตุผลของเธอที่ห้ามไม่ให้ผมห่วงเธอ

กริฟฟินดอร์แล้วไง สริธีรีนแล้ว