2005/Jun/28

ด้วยความขี้เกียจ จึงเอาฟิคมาลง เพราะไม่มีอะไรจะอัพ นอกจากคนที่เคยชิงชังอยู่ ตอนนี้ชิงชังมากกว่าเดิมอีก (ใครไม่รู้เรื่องให้ไปอ่านที่ "คนอ่อนไหว") ขอโทษทุกคนที่บอกให้ 'โหสิ ทำไม่ได้จริง ๆ พยายามแล้ว พรุ่งนี้จะไปบอกให้ผู้มีอำนาจจัดการย้ายเราสองคนออกจากกันซะ คงเป็นทางที่ดีที่สุด ไปอ่านฟิคเถอะ


ตอนที่ 9 แลกเปลี่ยน

กริ๊ง..ง..ง กริ๊ง..ง..ง เสียงหนึ่งดังลั่นขึ้นท่ามกลางความมืดมิดภายในห้องนอนที่ชั้นสองของร้านอาหารชื่อดัง แต่ทำให้คนที่นอนอยู่บนเตียง ซึ่งกำลังจะเคลิ้มหลับ ตกใจสะดุ้งสุดตัวก่อนจะเผ่นพรวดคว้าไม้กายสิทธิ์ที่วางไว้หัวเตียงมาถือส่ายไปมารอบห้อง ก่อนจะตระหนักว่า เสียงที่ดังนั้นคืออะไร

ฮาโหล ๆ ใครพูดน่ะ รอนตะโกนใส่โทรศัพท์มือถือที่แฮรี่ซื้อมาให้เพื่อไว้ใช้ติดต่อกัน แต่ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานเท่าไหร่ รอนก็ยังไม่ชินกับมันสักที เสียงของรอนทำเอาแฮรี่ที่ถือมือถือของตัวเองห่างจากหูประมาณ 1 เมตรต้องส่ายหน้าอย่างปลง ๆ ก่อนจะค่อย ๆ สาวโทรศัพท์เข้ามาใกล้ ๆ หู ด้วยกลัวว่ารอนอาจจะตะโกนขึ้นมาอีก

รอน นายไม่ต้องตะโกนก็ได้ หูจะแตก

ถ้าไม่ตะโกนนายจะได้ยินหรอ แฮรี่ ช่างชั้นเถอะ ว่าแต่นายมีอะไร รอนยังคงตะโกนเช่นเดิม ถ้าใครได้มาเห็นท่าแฮรี่ในตอนนี้คงอดขำไม่ได้ เวลาจะพูดทีก็ดึงโทรศัพท์เข้ามาที พูดเสร็จต้องรีบเอาออกให้ห่างจากตัวที ทำแบบนี้ซ้ำไปซ้ำมาตลอดเวลาที่พูดโทรศัพท์กับรอน

คราวหน้าชั้นจะส่งเฮ็ดวิกมา แฮรี่พึมพำกับตัวเอง เป็นเพราะเขาร้อนใจ จึงเลือกใช้วิธีนี้

เอ่อ รอน นายกลับบ้านบ้างรึป่าว แฮรี่ถามรอนน้ำเสียงร้อนรน

นายมีอะไรแฮรี่ ชั้นไม่ได้กลับบ้านมาเกือบอาทิตย์แล้ว รอนตะโกนบอก เมื่อเห็นแฮรี่เงียบไปจึงถามออกมาอย่างรู้ทัน ทะเลาะกับจินนี่มาล่ะสิ

ก็......นิดหน่อยน่ะ แฮรี่ตอบเบา ๆ

คราวนี้เรื่องอะไรล่ะ รอนถามอย่างคุ้นเคยกับเรื่องแบบนี้ของเพื่อนรักและน้องสาวของเขา ตั้งแต่พวกนายคบกันเมื่อสามปีก่อน ชั้นเห็นพวกนายทะเลาะกันตลอดเลย มันสนุกมั้ยเนี่ย

ก็สนุกดีเหมือนกันนะรอน แบบว่าเวลาชั้นเห็นจินนี่แล้ว ทำให้อยากแกล้งไงก็ไม่รู้ แหะๆๆ เค้าชอบทำปากแข็งเรื่อย ถามอะไรก็ไม่ค่อยจะยอมพูดความจริง แฮรี่บ่นเล็กน้อย

เค้าก็เป็นแบบนี้มาตั้งแต่เด็กแล้ว เก็บอะไรไว้ในใจตลอด แต่เก็บไม่ค่อยมิด ว่าแต่คราวนี้นายไปแกล้งอะไรเค้าล่ะ รอนถามอย่างสงสัย และแน่นอนว่าเขายังคงตะโกนอยู่

ก็แค่แหย่เค้าว่าอาหารที่เค้าทำมันไม่อร่อย ชั้นยังทำอร่อยกว่าอีก แฮรี่บอกเสียงอ่อย ๆ

เรื่องแค่เนี้ย โอย จะบ้าตาย แฮรี่นายก็รู้ว่าจินนี่กังวลเรื่องฝีมือทำอาหารมาก นายยังไปล้อเค้าเรื่องนี้อีกนะ แล้วนี่นายจะทำยังไงต่อไป จะไปง้อเค้ามั้ย

ชั้นไปง้อแล้ว แต่เค้าไม่ยอมออกมาพบ สงสัยจะโกรธจริง ๆ นายช่วยชั้นหน่อยสิ รอน ชั้นคิดถึงเค้าจะแย่แล้ว แฮรี่อ้อนวอนเพื่อนรัก รอนส่ายหน้าปลง ๆ

นายแกล้งน้องสาวชั้น แล้วยังขอให้ชั้นช่วยนายอีกหรอเนี่ยเอาเถอะ เดี๋ยววันเสาร์ชั้นจะกลับบ้าน นายรอหน่อยแล้วกัน

ตั้งวันเสาร์เชียวหรือรอน อีกตั้งสองวันแน่ะ แฮรี่อุทธรณ์เสียงอ่อย ๆ เร็วกว่านั้นไม่ได้หรอ

ฮ่า..ฮ่า แฮรี่ผู้ยิ่งใหญ่ ตอนนี้ต้องมาอ้อนวอนชั้น โรนัลด์ วิสลี่ ผู้ต่ำต้อย เสียใจแฮรี่ วันเสาร์ก็คือวันเสาร์ แค่นี้นะ รอนตะโกนส่งท้ายก่อนตัดสัญญาณมือถือ ไม่ฟังเสียงโวยวายของแฮรี่เลย

หลังจากคุยจบชายหนุ่มก็เดินไปล้มตัวลงบนที่นอน ขณะที่กำลังเคลิ้ม ๆ ใกล้จะหลับนั้น ชายหนุ่มก็ได้ยินเสียงดังขึ้นอีกครั้ง ก๊อก ๆๆๆ

อะไรอีกว่ะเนี่ย รอนสะดุ้งตื่นเป็นครั้งที่สอง พลางมองหาที่มาของเสียง จนไปหยุดที่หน้าต่างที่มีเงาตะคุ่ม ๆ ของนกฮูกเกาะอยู่ ใครอีกล่ะ ก่อนจะลุกขึ้นไปเปิดหน้าต่างให้นกฮูกสาวเข้ามา และรีบแกะจดหมายออกจากขาของมัน แต่ถึงจะหยิบจดหมายมาแล้ว เจ้านกฮูกน้อยก็ยังไม่ยอมไป มันมองเขาด้วยสายตาเย็นชา สายตาที่เขารู้สึกคุ้น ๆ อย่างประหลาด

อะไร มองทำไม เดี๋ยวเถอะ รอนทำท่าจะตีมัน แต่มันกลับบินไปเกาะที่หลังตู้แทน รอนมองตามมันไป จะรอจดหมายตอบกลับหรอ นกฮูกสาวทำเสียงต่ำ ๆ เป็นเชิงตอบรับ

งั้นรอแป๊บ รอนเดินไปที่โต๊ะเขียนหนังสือพร้อม ๆ กับที่มือก็เปิดซองไป ปากก็บ่นไป ทำนองว่าจะมีบ้างไหมที่จะได้หลับอย่างสงบสุข อะไรประมาณนั้น เมื่อนั่งลงที่เก้าอี้เรียบร้อยแล้ว จึงก้มลงอ่านข้อความในจดหมาย คิ้วที่ขมวดมุ่นในตอนแรก ค่อย ๆ คลายกลายเป็นรอยยิ้มปรากฏขึ้นมาแทน ทันทีที่อ่านจดหมายจบและรู้ที่มาของจดหมายฉบับนี้

วิสลี่

ชั้นถูกบังคับให้ต้องมาสัมภาษณ์นาย นายพร้อมจะให้สัมภาษณ์เวลาไหน ช่วยบอกด้วย ชั้นไม่ชอบรอ

พาร์กินสัน

ขนาดขอสัมภาษณ์ชั้นยังจะมาออกคำสั่งกันอีก เธอนี้จริง ๆ เลยน้า รำพึงกับตัวเองเบา ๆ ก่อนจะหันไปหยิบกระดาษ ปากกาขึ้นมาเขียนข้อความบางอย่างลงไป หลังตรวจทานดีแล้วว่าเมื่อคนรับได้อ่านจะต้องรีบแจ้นมาที่นี่ทันที จึงพับแล้วเรียกนกฮูกสาวมาผูกจดหมายที่ขาของมัน และมองดูมันค่อย ๆ บินห่างออกไป เหมือนกับจะฝากความรู้สึกไปกับนกน้อยตัวนั้นถึงเจ้าของของมัน ก่อนจะเดินกลับมาที่เตียงแล้วล้มตัวลงนอนอีกครั้ง แต่คราวนี้ชายหนุ่มกลับนอนไม่หลับอีกต่อไป ทุกครั้งที่หลับตาใบหน้านั้น ท่าทางแบบนั้นจะเข้ามาโผล่ทุกที

นี่เธอเป็นผีรึไง พาร์กินสัน ชั้นไม่ชอบผีนะ รอนพึมพำเบา ๆ ก่อนจะปล่อยให้ค่ำคืนนี้ผ่านไปอย่างยากลำบาก

ด้านแพนซี่ เธอรอจดหมายตอบกลับอย่างกระวนกระวาย หญิงสาวเอาแต่เดินไปเดินมาอยู่ริมหน้าต่าง เธออยากรู้ว่ารอนจะตอบจดหมายว่าอย่างไรบ้าง และในทันทีที่แพนซี่เห็นจุดเล็ก ๆ ปรากฏขึ้นที่ขอบฟ้า หญิงสาวรีบวิ่งไปเกาะหน้าต่างพลางเพ่งมองให้แน่ใจว่าเป็นนกฮูกของเธอหรือไม่ เมื่อแน่ใจแล้วว่าใช่ หญิงสาวรีบเปิดหน้าต่างให้นกฮูกของเธอทันที เมื่อมันมาถึงก็รีบยื่นขาให้เธอแกะจดหมาย แล้วบินไปกินน้ำที่กรงของมันทันทีด้วยความเหนื่อย

เมื่อได้รับจดหมายมาแล้วก็รีบเปิดออกอ่านทันที และทันทีที่อ่านจบใบหน้าผ่องนั้น ก็เริ่มมีสีแดง ไม่ได้เขินอาย แต่เป็นความโกรธสุดขีด มือกำจดหมายแน่นจนมันยับยู่ยี่

วิสลี่ นาย....มันจะมากไปแล้วนะ หญิงสาวทำท่าจะทิ้งจดหมายนั้นไป แต่ก็นึกได้จึงคลี่จดหมายพับเก็บใส่กระเป๋าเอกสารคู่ใจ

วันนี้เป็นวันที่รอนมีความสุขมากที่สุด เนื่องจากสัญชาติญาณบอกเขาว่า เขาจะต้องเจอเรื่องอะไรดี ๆ จากจดหมายเมื่อคืนนี้ ชายหนุ่มฮัมเพลงตลอดเวลาที่ทำอาหารตามที่ลูกค้าสั่ง จนลูกน้องเอาไปนินทา

พวกนายว่าวันนี้นายเราอารมณ์ดีกว่าปกติหรือเปล่า ชั้นเห็นเขาฮัมเพลงตลอดเวลาเลย แถมเป็นเพลงหวาน ๆ ด้วยนะ ฟังแล้วกลัวลูกค้าจะเป็นโรคเบาหวานตายซะก่อน พนักงานคนหนึ่งในร้านพูดขึ้นมา เพราะทนความสงสัยไว้ไม่ไหว

เฮ้ย นายก็พูดเกินไป ไปทำงานดีกว่า เดี๋ยวนายมาเห็นเข้าจะยุ่ง พนักงานคนหนึ่งเตือน ก่อนจะแยกย้ายกันไปทำงาน จนกระทั่งใกล้เวลาปิดร้าน เสียงเปิดประตูดังขึ้นเบา ๆ พร้อมกับร่างบางของแพนซี่ที่ก้าวเข้ามา พนักงานหันมามอง ก่อนจะก้าวเข้ามาหยุดตรงหน้าของหญิงสาว เอ่ยอย่างเกรงใจ

เอ่อ ขอโทษครับ ใกล้เวลาปิดร้านแล้วครับ

ชั้นไม่ได้มากินอาหาร คุณวิสลี่นัดชั้นมา แพนซี่กล่าวเสียงห้วน ๆ

เอ่อ ถ้างั้นกรุณารอสักครู่ครับ ผมจะไปเรียนนายให้ว่าคุณ..... พนักงานเว้นจังหวะเล็กน้อย เป็นการแสดงความจำนงขอทราบชื่อผู้ถูกรับเชิญ

พาร์กินสัน..แพนซี่ พาร์กินสัน หญิงสาวบอกเสียงห้วน ๆ

ครับ ผมจะไปเรียนนายว่าคุณพาร์กินสันมาถึงแล้ว เชิญไปนั่งตรงโน้นก่อนดีกว่าครับ เดี๋ยวผมจะเอาน้ำเย็น ๆ มาให้ แพนซี่พยักหน้าเล็ก ๆ อย่างไว้เชิงก่อนจะเดินไปนั่งเก้าอี้ของโต๊ะอาหารตัวหนึ่ง พนักงานจึงผละไป ก่อนจะกลับมาอีกครั้งพร้อมแก้วน้ำในมือ

นายขออาบน้ำก่อนเพราะทำอาหารมาทั้งวัน เกรงว่าคุณจะเหม็นเหงื่อเอาได้ รอสักครู่นะครับ พนักงานคนเดิมวางแก้วน้ำตรงหน้าก่อนจะบอกข้อความที่รอนฝากมา แล้วก็พวกผมขอตัวกลับก่อนนะครับ สวัสดีครับ แล้วก็เดินออกไปจากร้านทันที ปล่อยให้แพนซี่มองอย่าง งง ๆ ตอนนี้เหลือเธอนั่งอยู่คนเดียวในร้านอาหาร หญิงสาวมองไปรอบ ๆ ก่อนจะถอนหายใจออกมาแล้วนั่งรออย่างใจเย็น

เวลาผ่านไปเกือบชั่วโมง ความอดทนของแพนซี่เริ่มหมดลง หญิงสาวหันซ้ายหันขวา กำลังตัดสินใจว่าจะทำลายข้าวของตรงส่วนไหนก่อนดี ก็พอดีกับที่เหลือบไปเห็นชายคนหนึ่งเดินออกมาจากหลังร้าน หน้าตาสดใส ไม่ได้สนใจสักนิดว่าปล่อยให้หญิงสาวรอนานแค่ไหน

ไงพาร์กินสัน รอนานมั้ย เผอิญชั้น..เนื้อย..เหนื่อย เลยแช่น้ำนานไปหน่อย รอนเดินมานั่งเก้าอี้ฝั่งตรงข้ามหญิงสาว และด้วยท่าทางไม่ได้รู้สึกผิดนี้เองที่ทำลายความอดทนของหญิงสาวให้หมดสิ้นไป หญิงสาวตบโต๊ะเสียงดังพลางลุกขึ้นชะโงกตัวข้ามโต๊ะไปยังชายหนุ่ม ตะโกนก้อง

หน่อยงั้นเหรอ มันนานมากเลยต่างหาก นายจงใจแกล้งชั้น รวมทั้งจดหมายบ้า ๆ ของนายด้วย แพนซี่ปาจดหมายใส่หน้ารอนเต็มแรง มันถูกใบหน้านั้นอย่างจัง ก่อนตกลงไปบนตัวเขา

อ๋อ จดหมายนี่นะหรอ มันแค่ของแลกเปลี่ยนเองพาร์กินสัน ชายหนุ่มหยิบจดหมายขึ้นมาเปิดอ่าน

พาร์กินสัน ที่รัก

ผมไม่มีเวลาว่างมาให้สัมภาษณ์คุณหรอกนะ แต่ถ้าคุณอยากจะสัมภาษณ์ผมนักล่ะก้อ ต้องมีข้อแลกเปลี่ยน เอาเป็นริมฝีปากคุณเป็นไง ผมอาจจะเปลี่ยนใจก็ได้

ปล. มาหาผมวันพรุ่งนี้ ตอนร้านใกล้ปิด แล้วเราค่อยตกลงกัน ถ้าหลังจากพรุ่งนี้ไปแล้ว ผมจะไม่ตกลงอะไรกับคุณทั้งสิ้น

วิสลี่ ของคุณ

ก็เคลียร์ดีนี่ คุณสงสัยตรงไหน ชายหนุ่มทำเป็นไม่สนใจแพนซี่ที่กำลังยืนกำมือแน่น ยังคงพูดต่อไป นี่คุณไม่เมื่อยรึไง นั่งลงแล้วมาตกลงกันดีกว่าน่า

หญิงสาวจำใจนั่งลงอย่างกระแทกกระทั้น ระงับอารมณ์ที่คุกรุ่น แล้วตัดสินใจถามให้รู้เรื่องกันไป

นายจะเอายังไง วิสลี่ ตกลงจะให้สัมภาษณ์มั้ย ห้วน กระชาก ดุดัน เสียงของหญิงสาวทำเอารอนแอบขำในใจ ก่อนจะแกล้งทำเป็นกลัวรนราน

กลัวแล้วจ้า กลัวแล้ว ฮึ..ชั้นก็บอกเธอไปแล้วไง มันต้องมีข้อแลกเปลี่ยน ทีนี้ขึ้นอยู่กับเธอจะตกลงรึเปล่า รอนยักคิ้วให้หญิงสาวทีนึง และจ้องรอคำตอบ ทีนี้กลายเป็นแพนซี่ที่ต้องเงียบ และใช้ความคิดอย่างหนัก แน่นอนเธออยากได้คำสัมภาษณ์ของเขา แต่เธอก็ไม่อยากจูบเขาเหมือนกัน รอนคงเห็นสีหน้าลำบากใจของหญิงสาว จึงพูดขึ้นว่า

เอางี้ คุณไม่ต้องรีบตัดสินใจหรอก คุณเอาไปคิดดูล่ะกัน พร้อมเมื่อไหร่ค่อยกลับมาหาผม ผมไม่รีบ แล้วรอนก็ลุกขึ้นเดินอ้อมมายังฝั่งของหญิงสาว ก่อนจะก้มลงกระซิบเบา ๆ ที่หูของเธอ

วันนี้ กู้ดไนท์ ครับ รอนจงใจให้ริมฝีปากสัมผัสเบา ๆ ที่หูของเธอเวลาพูด ทำเอาแพนซี่หน้าแดง ตัวแข็งทื่อ เกือบลืมหายใจ แล้วรอนก็เดินจากไปทางหลังร้าน ปล่อยให้หญิงสาวนั่งอยู่คนเดียว กับความคิดสับสนในใจ ทำไมเราต้องรู้สึกไปกับสัมผัสของหมอนั่นด้วย และที่แปลกคือ มันไม่เหมือนตอนที่เราคบกับเดรโกเลย เราไม่เคยรู้สึกแบบนี้กับเดรโกเลย

*-*-*-*-*-*-*-*

Comment

Comment:

Tweet


เห้นด้วยในเมื่อชิงชังกันขนาดนี้แล้ว
แยกย้ายกันไปยังจะสบายใจกว่า
จำได้ไม่ต้องมาอึดอัดด้วยกันทั้งสองฝ่าย
#1 by ~นู๋ติ๊ก~ At 2005-06-29 09:15,