2005/Jun/27

บทที่ 8 ไม่มีอะไร (นึกชื่อตอนไม่ออก)

หลังจากคุยกับรอนจนร้านปิด และรอนไล่ให้มัลฟอยกลับบ้านแล้วเขาจึงขับรถยนต์เรียบชายเขามาเพื่อจะกลับไปคฤหาสน์มัลฟอยที่ตั้งอยู่บนภูเขาห่างไกลจากสายตาสอดรู้สอดเห็นของมักเกิ้ล ชายหนุ่มขับรถมาจอดหน้าประตูคฤหาสน์อย่างเงียบ ๆ แต่ก็ไม่พ้นวิสัยที่หูของเอลฟ์ผู้ซื่อสัตย์ตัวน้อยจะได้ยิน มันรีบมาเปิดประตูโค้งต้อนรับนายน้อยของมันอย่างยินดีที่นายมันกลับมา

นายน้อยกลับมาแล้ว มีคนมารอนายน้อยเจ้าค่ะ มารอตั้งนานแล้ว ไลล่าบอกให้เธอกลับไปก่อน เพราะนายน้อยอาจจะกลับดึก แต่เธอก็ไม่ยอม ยืนยันจะพบนายน้อยให้ได้เจ้าค่ะ ไลล่าสมควรโดนลงโทษ พูดจบเอลฟ์ตัวน้อยก็รีบเอาหัวไปกระแทกประตูคฤหาสน์ทันที มัลฟอยได้แต่มองอย่างเซ็ง ๆ และถอนหายใจพูดขึ้นว่า

พอแล้ว ไลล่า แล้วเดินเข้าคฤหาสน์ไป โดยไม่สนใจเอลฟ์น้อยที่ยืนมึน กำลังสะบัดหัวแรง ๆ ก่อนเดินตามนายน้อยของมันเขาประตูไป

เขาอยู่ไหน มัลฟอยถามขึ้นหลังจากเข้ามาในห้องรับแขกแล้ว แต่ไม่เจอใครสักคน

เอ๋ ไลล่าให้เขานั่งรอตรงนี้เจ้าค่ะ พลางชี้มือไปที่โซฟาตัวยาวที่ตั้งอยู่หน้าเตาผิงหินขนาดใหญ่ แต่ตอนนี้เขาหายไปแล้วเจ้าค่ะ

ชั้นก็รู้ว่าเขาหายไป เสียงมัลฟอยเริ่มหงุดหงิด และดังขึ้นทีละน้อย แล้วเขาหายไปไหนเล่า 

หาชั้นหรอ เดรโก เสียงผู้หญิงดังขึ้นที่ประตูห้องรับแขก ชั้นไปเดินดูอะไรนิดหน่อย ที่นี่ไม่เปลี่ยนไปจากเมื่อก่อนเลยนะ

นึกว่าใคร เธอเองหรอ แพนซี่ มัลฟอยหันมาตามเสียงแล้วพบกับต้นตอ มีอะไรรึไง ถึงรอให้เช้าไม่ได้ ถามออกไปทั้ง ๆ ที่พอจะเดาได้ว่าหญิงสาวมาด้วยเรื่องอะไร

ไม่ต้องมาทำไก๋เลย เดรโก บอกชั้นมาให้หมดเลยนะ เธอไปซี้ ไปสนิทกับ...กับไอ้หมอนั่นได้ไง

ใครหรอ ไอ้หมอนั่นของเธอ ชายหนุ่มยั่วอารมณ์ของหญิงสาวต่อไปอย่างสนุกสนาน

ก็ไอ้นายวิสลี่ผมแดงนั่นไง แล้วเค้าก็ไม่ใช่ของชั้นด้วย แพนซี่เดินกระแทกส้นเท้ามานั่งบนโซฟาตัวเล็ก ในขณะที่มัลฟอยลงนั่งบนโซฟาตัวยาวในท่าเอน ๆ สบาย ๆ

ไม่ใช่แค่วิสลี่เท่านั้นนะ ทั้งพอตเตอร์ และวิสลี่น้อยด้วย อ้อ ต้องบอกว่าวิสลี่ทั้งครอบครัวจะถูกกว่า

ได้ไง เดรโก บอกมาให้หมดเดี๋ยวนี่นะ แพนซี่คาดคั้น วิญญาณนักข่าวเริ่มเข้าสิง ความอยากรู้เข้าครอบงำ

ก็ไม่มีอะไรชั้นให้เข้าช่วยอะไรบางอย่างน่ะ แล้วมัลฟอยก็เริ่มเล่าถึงตอนที่ไปอยู่หน้าประตูบ้านวิสลี่ในเช้าวันคริสมาสต์ เกิดการโต้เถียงกับรอนนิดหน่อย และหลังจากนั้น ชายหนุ่มมักจะขี่ไม้กวาดไปบ้านวิสลี่ทุกวัน ๆ จนตอนหลังเปลี่ยนเป็นใช้ผงฟลูแทน จนรอนบ่นว่า นี่เรายังเป็นศัตรูกันรึป่าวว่ะ ใส่หูชายหนุ่มทุกวัน และทุกครั้งมัลฟอยจะตอบว่า อย่างี่เง่าไปหน่อยเลย วิสลี่ ชั้นยังเกลียดนายเหมือนเดิมนั่นแหละ และจบลงด้วยการทะเลาะกัน จนคุณนายวิสลี่ต้องเข้ามาห้ามทัพ กลายเป็นความเคยชินไปซะแล้ว

แล้วเธอไปที่นั้นทุกวัน แต่ไม่ได้ข่าว เขา บางเลยรึไง แพนซี่ถามขึ้นเมื่อมัลฟอยเล่าจบ

ไม่เลย แม้แต่พวกนั้น เขา ยังไม่ยอมบอกเลยมา เขา ไปอยู่ที่ไหน ส่งมาแต่ของขวัญกับการ์ดอวยพรในวันสำคัญ ๆ เท่านั้น

พวกนั้นอาจจะปิดบังเธอก็ได้ แพนซี่เดาไปตามความรู้สึกของเธอ

ตอนแรกชั้นก็คิดแบบนั้น แต่พออยู่ไปนาน ๆ ชั้นถึงได้มั่นใจว่า พวกนั้นก็ไม่รู้เรื่องเหมือนกัน เขา คงเดาได้ว่าชั้นจะต้องมาคาดคั้นกับพวกนี้แน่ ใจแข็งชะมัดเลย วันนี้ก็ตั้งใจไปถามความคืบหน้า แต่ก็เหมือนเดิม แววตาองชายหนุ่มแลดูอ่อนล้า เหน็ดเหนื่อย แต่ไม่ย้อท้อ เขาจะต้องเสียใจที่ปล่อยให้ชั้นรอ

เธอนี่น้ายังจะพูดแบบนั้นอีก.......ชั้นไปละ มานานมากแล้ว แล้วอย่าลืมบอกเอลฟ์ของเธอด้วยว่าชั้นไม่มีอันตราย ไม่ต้องมาเฝ้าชั้นตลอดเวลาหรอก หญิงสาวพูดจบก็ลุกขึ้นไปที่เตาผิง หยิบผงฟลูมาหนึ่งกำมือและก้าวเข้าไปยืนในเตาผิง แต่ก่อนที่จะโยนผงฟลูลงไป มัลฟอยที่เดินมาส่งก็ชิงพูดขึ้นก่อนว่า

เออนี่ วิสลี่ฝากมาบอกว่า อย่าลืมไปกินอาหารที่ร้านอีกนะ มันจะรออย่างใจจดใจจ่อเลย มัลฟอยพูดยิ้ม ๆ และเนื่องจากแพนซี่เข้าไปยืนในเตาผิงแล้ว ชายหนุ่มจึงมองไม่เห็นว่าทันทีที่มัลฟอยพูดชื่อรอนออกมานั้น หญิงสาวชะงักหน้าแดง ใจแกว่งขึ้นมาวูบหนึ่งอย่างไม่รู้สาเหตุ ใจเต้นทำไมนะเรา

ใครเขาจะไปอีกเป็นครั้งที่สองกัน แล้วรีบโยนผงฟลูลงไปก่อนจะบอกที่หมายปลายทาง แล้วร่างกายหญิงสาวก็ถูกโอบล้อมด้วยเปลวไฟสีเขียว และหายตัวไปอย่างรวดเร็ว ปล่อยให้เจ้าของบ้านมองอย่างขำ ๆ กับคู่นี้ที่เริ่มมีอะไรแปลก ๆ ต่อกัน

*-*-*-*-*-*-*-*

วันนี้ก็เป็นอีกวันที่มัลฟอยต้องทำงานจนหัวปั่น เนื่องจากต้องเคลียร์งานกับ ไอค์ ที่ปรึกษาด้านความสัมพันธ์กับมักเกิ้ลให้เรียบร้อย ก่อนที่ไอค์จะต้องย้ายไปอเมริกา และเพื่อให้คนที่กระทรวงจะส่งมาแทนไอค์จะได้ทำงานได้ทันที

พรุ่งนี้คนที่จะมาแทนผม เขาจะมาถึงที่นี่ประมาณ 9 โมงเช้านะครับคุณมัลฟอย ยังไงถ้าเค้ามาถึงผมจะพามาแนะนำให้รู้จักนะครับ

โอเค ไอค์ แต่ผมอาจจะมาถึงช้าหน่อย คุณให้เค้าเข้าไปรอในห้องผมได้เลย มัลฟอยสั่งหลังจากพยักหน้ารับรู้ เอาล่ะ คงไม่มีอะไรแล้วนะ งั้นก็กลับบ้านกันดีกว่า อ้อ วันนี้เราไปดื่มกันหน่อยดีมั้ย เลี้ยงส่งคุณน่ะ

คุณอุตส่าห์เลี้ยงผมจะไม่ไปได้ยังไงล่ะครับ ไอค์ตอบรับด้วยความเต็มใจ ถึงแม้มัลฟอยจะเป็นเจ้านายที่เจ้าอารมณ์อยู่สักหน่อย แต่เขาก็ใจกว้าง เอาใจใส่ลูกน้องเป็นอย่างดี

อ้าว งั้นจะรออะไรล่ะ ไปเร็ว มัลฟอยคว้าเสื้อสูทมาสวมก่อนจะเดินนำหน้าไอค์ออกไปจากห้อง

มัลฟอยเดินอย่างรีบ ๆ ไปตามทางเดินของบริษัท ขณะนี้เป็นเวลาเกือบ 10 โมงแล้ว แต่มัลฟอยเพิ่งจะเดินทางมาถึงบริษัท เขาตื่นสายสาเหตุก็มาจากการดื่มเมื่อคืนนี้ เขาดื่มเข้าไปมากมาย แม้ว่าไอค์จะเตือนเขาแล้ว แต่ชายหนุ่มก็ไม่สนใจยังคงดื่มต่อไป จนหลับคาโต๊ะ เดือดร้อนให้ไอค์ต้องขับรถของมัลฟอยมาส่งเขาที่บ้าน และปล่อยให้ไลล่าวุ่นวายจัดการพามัลฟอยไปนอน

คุณมัลฟอย ทำไมเพิ่งมาครับ ไอค์เดินออกมาจากห้องพอดีกับที่มัลฟอยเดินมาถึงประตู เธอโมโหใหญ่แล้ว ว่าปล่อยให้เธอรออย่างนี้ได้ไง ไอค์รีบตรงมาลากมัลฟอยจะเข้าห้อง แต่มัลฟอยขืนตัวไว้ และถามอย่างสงสัย

คุณว่าอะไรนะ ไอค์ เธอ...งั้นหรอ ให้ตายสิ ผมไม่อยากทำงานร่วมกับผู้หญิง ผมเคยบอกฟัดจ์แล้วไง ทำไมเขายังส่งผู้หญิงมาให้ผมอีก มัลฟอยดูหงุดหงิดเป็นอย่างมาก

ผมรู้ แต่ตอนนี้ที่กระทรวงคนของเราถูกส่งไปหมดแล้ว เหลือแต่เธอนี่ล่ะ คุณลองทำงานกับเธอดูก่อน บางทีเธออาจจะดีกว่าผมก็ได้

เชอะ มัลฟอยส่ายหน้าอย่างไม่เห็นด้วย แต่ก็ยอมให้ไอค์ลากเข้าห้องไป ทันทีที่สายตาไปสัมผัสกับแผ่นหลังของสตรีที่นั่งอยู่หน้าโต๊ะทำงานของเขา ความรู้สึกโหยหา อาวรณ์ แล่นขึ้นมาสู่หัวใจ ซึ่งเขาเองก็ไม่เข้าใจเหมือนกัน ไอค์ดันหลังมัลฟอยที่ยืนค้างอยู่หน้าห้องให้เข้าไป ระหว่างที่เดินไปนั่งเก้าอี้ประจำตำแหน่ง มัลฟอยยังคงมองไปที่หญิงสาวตลอดเวลา จากด้านหลังค่อย ๆ เลื่อนไปเรื่อย ๆ ความโหยหายิ่งทบทวี จนกระทั่งเขามายืนอยู่ตรงหน้าเธอเรียบร้อยแล้ว ส่วนไอค์เดินไปยืนข้าง ๆ เธอ ก่อนจะแนะนำให้มัลฟอย